Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2080/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์มีสิทธิเรียกเงินคืนจากจำเลยได้ตั้งแต่วันที่โจทก์ปฏิบัติครบถ้วนตามสัญญา (6 ธันวาคม 2521) แต่หนี้ที่จะต้องชำระเงินคืนของจำเลยนั้นมิได้กำหนดไว้ตามวันแห่งปฏิทิน จึงจะถือว่าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันดังกล่าวมิได้กรณีจะถือว่าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดและต้องรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระและโจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ เมื่อได้ความว่าโจทก์ทวงถามไปยังจำเลยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2522 โดยให้จำเลยชำระภายใน 7 วัน จำเลยไม่ชำระจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับจากวันที่ครบกำหนดในหนังสือทวงถาม คือ ผิดนัดตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2522 จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์นับแต่วันดังกล่าว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองได้ทำสัญญาขายที่ดินให้จำเลยและได้นำหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของธนาคารและเงินประกันการรื้อถอนโรงเรือนและอพยพผู้อยู่อาศัยในที่ดินออกไปอีกจำนวน ๔,๕๐๒,๐๒๐.๓๙ บาท มอบให้จำเลยยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา ต่อมาโจทก์ได้ปฏิบัติครบถ้วนถูกต้องตามสัญญาซื้อขายทุกประการแล้ว จำเลยไม่ยอมคืนหนังสือค้ำประกันและเงินดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์ทั้งสองจึงมอบให้ทนายความมีหนังสือทวงถามปรากฏตามภาพถ่ายเอกสารหมายเลข ๖ ท้ายฟ้อง จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินประกันการรื้อถอนโรงเรือนและอพยพข้างต้นนับแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทั้งสองรื้อถอนโรงเรือนและอพยพผู้อยู่อาศัยเสร็จตามสัญญา ทำให้เสียหายเท่ากับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันดังกล่าวถึงวันฟ้องคิดเป็นเงิน ๗๓๑,๕๗๘.๓๐ บาท ขอให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันและเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายได้เป็นเงินถึง ๑๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงกว่าที่จำเลยยึดไว้ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยและไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันธนาคารกับชำระเงินจำนวน ๔,๕๐๒,๐๒๐.๓๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ขอให้บังคับจำเลยชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ จนถึงวันฟ้องด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๔,๕๐๒,๐๒๐.๓๙ บาท นับแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติว่า โจทก์ได้รื้อถอนโรงเรือนและอพยพผู้อยู่อาศัยเสร็จตามสัญญาตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ ก่อนวันดังกล่าวนั้นโจทก์เคยโอนสิทธิเรียกร้องการขอรับเงินประกันตามสัญญาจำนวน ๔,๕๐๒,๐๒๐ บาท ๓๙ สตางค์ ให้บริษัทสินเอซียจำกัด บริษัทสินเอเซีย จำกัด ขอรับเงินดังกล่าวคืนจากจำเลย แต่จำเลยปฏิเสธโดยอ้างว่าโจทก์ยังผิดสัญญาอยู่ ปรากฏรายละเอียดตามหนังสือของจำเลยลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๑ บริษัทสินเอเซีย จำกัด จึงได้โอนสิทธิเรียกร้องกลับมาเป็นของโจทก์ตามเดิมตามเอกสารหมาย จ.๑ และได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้วตามเอกสารหมาย จ.๒ ต่อมาโจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความทวงถามให้จำเลยคืนเงินประกันแก่โจทก์ ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๖ เห็นว่าตามข้อเท็จจริงที่ยุติดังกล่าวโจทก์มีสิทธิที่จะเรียกเงินประกันตามสัญญาคืนได้ตั้งแต่โจทก์ปฏิบัติครบถ้วนตามสัญญา (วันที่ ๖ ธันวาคม๒๕๒๑) แต่หนี้ที่จะต้องชำระเงินคืนของจำเลยตามสัญญานั้นมิได้กำหนดไว้ตามวันแห่งปฏิทิน จึงจะถือว่าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันดังกล่าวมิได้

จำเลยจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อตนตกเป็นผู้ผิดนัด ถึงแม้บริษัทสินเอเซีย จำกัด ซึ่งเคยได้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากโจทก์จะได้เคยทวงถามให้จำเลยชำระก็ตาม แต่ก็เป็นการทวงถามก่อนที่จำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระหนี้ จึงถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่บริษัทสินเอเซีย จำกัด ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้มิได้ กรณีจะถือว่าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดและต้องรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อหนี้ถึงกำหนดและโจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ชำระข้อเท็จจริงได้ความตามหนังสือทวงถามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๖ ว่า โจทก์ทวงถามไปยังจำเลยเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคา ๒๕๒๒ โดยให้จำเลยชำระภายใน ๗ วัน จำเลยไม่ชำระจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับจากวันที่ครบกำหนดในหนังสือทวงถาม คือผิดนัดตั้งแต่วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์นับแต่วันดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ อันเป็นวันที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นเป็นบางส่วน

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒.

Matter details

Panel of judges
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
Lower court
ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชาญ วิบุลศิลป์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Supreme Court Judgment No. 8951/2561

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันมีความผูกพันในอันจะต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระ และโจทก์ได้เข้าชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์จึงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยรวมถึงเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกห…

Supreme Court Judgment No. 3083/2559

ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่ง…

Supreme Court Judgment No. 1304/2559

โจทก์ผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดเป็นผู้จ่ายเงินค่าซื้อที่ดินอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แก่ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 50 (5) และภาษีที่คำนวณห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up