Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2084/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นความผิดที่รวมการกระทำผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วย แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์แต่เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ศาลย่อมลงโทษฐานลักทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคท้าย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 16,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม ให้ลงโทษจำคุก 12 ปีและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายลักเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท1 เส้น และพระเลี่ยมทองคำ 3 องค์ รวมราคา 16,000 บาท ของผู้เสียหายไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่โจทก์มีผู้เสียหาย นายสุทธิ ทับทิม และนายสมจิตร มหาพลเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายพบจำเลยได้ชักชวนกันไปรับประทานอาหารและดื่มเบียร์ หลังจากนั้นผู้เสียหายได้ชวนจำเลยไปโรงแรมเพื่อร่วมประเวณีกัน ระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ดื่มเบียร์และจำเลยได้ถอนสร้อยคอทองคำกับพระเลี่ยมทองคำไปผู้เสียหายพยายามขัดขืนและลุกขึ้นแต่ไม่อาจขัดขืนได้ เนื่องจากมีอาการง่วงนอน ผู้เสียหายได้นอนหลับไป เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกปวดเมื่อยริมฝีปากชา พบว่าสร้อยคอทองคำ 1 เส้น และพระเลี่ยมทองคำหายไป เห็นว่าเหตุเกิดเวลากลางวันผู้เสียหายและพยานโจทก์พบเห็นจำเลยเป็นเวลานาน ไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์มีสาเหตุกับจำเลยมาก่อนจึงไม่มีเหตุที่จะทำให้สงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งพยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกันโดยเฉพาะนายสมจิตรพนักงานโรงแรมเป็นพยานคนกลางเบิกความว่าเห็นจำเลยเดินออกจากห้องพักซึ่งผู้เสียหายกับจำเลยเข้าไปพักโดยอาการพิรุธ

คำเบิกความพยานโจทก์ปากนี้จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อ ส่วนพยานจำเลยเป็นผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับจำเลยมาก่อน ไม่มีน้ำหนักพอฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่าจำเลยมีความผิดฐานใดเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดโดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อชิงทรัพย์ โดยใช้ยานอนหลับผสมลงในเครื่องดื่มเบียร์ให้ผู้เสียหายดื่ม ข้อนี้ร้อยตำรวจโทวินิจศรีสูงเนิน เบิกความแต่เพียงว่า ผู้เสียหายมาแจ้งว่าเข้าใจว่าจำเลยใส่ยานอนหลับในเบียร์ให้ดื่มเท่านั้น ไม่มีการส่งตัวผู้เสียหายและเบียร์ของกลางไปให้แพทย์ตรวจแต่อย่างใด ผู้เสียหายก็มิได้ยืนยันว่าจำเลยใช้ยานอนหลับผสมเบียร์ให้ดื่มคงเบิกความแต่เพียงว่ารู้สึกง่วงนอน

ปวดเมื่อย และมีอาการชาที่ริมฝีปากเท่านั้นพยานโจทก์จึงไม่พอฟังว่าจำเลยใช้ยานอนหลับผสมเครื่องดื่มเบียร์ให้ผู้เสียหายดื่มอันเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อชิงทรัพย์จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่การที่จำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ความผิดฐานชิงทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องนั้น รวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วย ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคท้าย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานชิงทรัพย์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ลงโทษจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

Supreme Court Judgment No. 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

Supreme Court Judgment No. 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

Supreme Court Judgment No. 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 2427/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 บัญญัติให้ฟ้องโจทก์ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up