คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทตามฟ้องเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อีกครั้งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องอีกจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีข้อวินิจฉัยว่า คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยเข้าหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติของกฎหมายครบถ้วนหรือไม่เห็นว่า เมื่อคู่ความที่ขาดนัดพิจารณาถูกศาลพิพากษาให้แพ้คดีคู่ความฝ่ายนั้นอาจมีคำขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้ ซึ่งคำร้องนั้นต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208พิเคราะห์คำร้องของจำเลยที่ขอให้พิจารณาใหม่ฉบับลงวันที่20 พฤศจิกายน 2529 ระบุเพียงว่าขณะจำเลยถูกโจทก์ฟ้อง
จำเลยไม่ทราบเพราะขณะนั้นจำเลยทำงานอยู่ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย จำเลยจึงขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยไม่ขาดนัดพิจารณาจำเลยอาจสืบพยานถึงข้อเท็จจริง และศาลคงพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้เท่านั้นนับว่าคำร้องของจำเลยเลื่อนลอย ขาดเหตุผลสนับสนุนไม่พอที่จะแสดงให้เห็นว่า ถ้ามีการพิจารณาคดีใหม่แล้ว จำเลยมีพยานหลักฐานใดที่จะชนะคดีโจทก์ได้อย่างไรบ้าง คำร้องของจำเลยจึงมิได้กล่าวโดยละเอียดถึงข้อคัดค้านคำชี้ขาดของศาลชั้นต้น และไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสองส่วนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 16 มกราคม 2530ที่จำเลยยื่นเข้ามาใหม่อีกครั้งนั้น ก็ยังคงอ้างเหตุว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นการแสดงว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดเท่านั้น
จำเลยมิได้อ้างเหตุผลที่จะแสดงให้เห็นเลยว่าหากมีการพิจารณาใหม่แล้วจำเลยอาจชนะคดีได้อย่างไร จึงยังคงเป็นคำร้องที่มิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นอยู่นั่นเอง ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน