Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2093/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิด และคงเหลือแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในชั้นสอบสวนเท่านั้นจึงรับฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้ เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ไม่น่าเชื่อว่าพยานโจทก์ที่มีอยู่ 2 ปากจะจำคนร้ายได้ ข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยดังกล่าวจึงอยู่ในส่วนลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 340, 340 ตรี จำคุกคนละ 12 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายสุนทรนามแก้ว กับนายดอน นามแก้ว เป็นประจักษ์พยาน นายสุนทรเบิกความยืนยันว่าจำคนร้ายได้ด้วยแสงตะเกียง แต่ในชั้นสอบสวนให้การว่าจำคนร้ายได้ด้วยแสงไฟฉายที่คนร้ายส่องหาทรัพย์สิน ส่วนนายดอนว่าก่อนนอนดับตะเกียงแล้ว จึงไม่น่าเชื่อว่าขณะเกิดเหตุมีแสงตะเกียง นายสุนทรกับนายดอนต่างรู้จักกับจำเลยที่ 1 เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน มีนาอยู่ใกล้กันและนายสุนทรกับจำเลยที่ 1 ยังเคยเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่เมื่อไปร้องทุกข์คนทั้งสองมิได้ระบุชื่อคนร้ายโดยนายสุนทรอ้างว่ากลัวจะถูกฆ่า ซึ่งไม่ปรากฏว่าคนร้ายได้ข่มขู่หรือมีอิทธิพลเช่นนั้น

ส่วนนายดอนเบิกความว่าตนเองกับนายสุนทรจำคนร้ายไม่ได้ นายสุนทรยังให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นทำนองไม่รู้จักคนร้ายมาก่อนว่าจากแสงไฟฉายของคนร้าย พยานจำคนร้ายได้หากพบเห็นอีก และตามคำของร้อยตำรวจเอกเสวี ฐิตะฐาน พนักงานสอบสวนก็ว่าผู้เสียหายสืบทราบตัวคนร้ายและนำไปจับจำเลยทั้งสาม ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ความว่าคนร้ายทั้งสามคนทาหน้าด้วยดินหม้อจนดำและใช้ใบตองทำเป็นหมวกคลุมลงมาถึงตา ดังนี้พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อว่า นายสุนทรกับนายดอนจำคนร้ายได้ เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิด ก็คงเหลือแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในชั้นสอบสวนเท่านั้นซึ่งรับฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้เนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยมาแล้วอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

Matter details

Panel of judges
ดำรง แจ่มสุธี · สมชัย ทรัพยวณิช · พูน จักรเสน
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 10492/2558

ในคดีอาญาไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง เพราะในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศา…

Supreme Court Judgment No. 9054/2550

ในคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบพยานหลักฐานให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง ศาลจึงจะรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์และพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองได้ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความ…

Supreme Court Judgment No. 8462/2550

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ฎีกา แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจะต้องห้ามฎีกาใ…

Supreme Court Judgment No. 1904/2546

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้เสียหายไม่ได้กล่าวหาและเจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ตั้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งมาแจ้งข้อหานี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up