Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 20933)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นฝ่ายด่าโจทก์ก่อน เมื่อโจทก์จะเข้ามาทำร้ายจำเลยจำเลยจึงได้ทำร้ายโจทก์ เห็นได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนการที่จำเลยทำร้ายโจทก์ จึงไม่เป็นการป้องกัน เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากพยานหลักฐานในสำนวนได้ จำเลยทำร้ายโจทก์บาดเจ็บมีแผลที่หางคิ้วซ้ายยาวประมาณ 4.5เซนติเมตร เย็บไว้ 12 เข็ม แพทย์ผู้ตรวจรักษาบาดแผลว่า แผลนี้เมื่อหายแล้วเป็นแผลเป็นมองเห็นได้ในระยะ 6 เมตร แต่แผลเป็นนี้อาจจางลงได้ และปรากฏจากภาพถ่ายว่า แผลที่คิ้วซ้ายเป็นเพียงรอยขีด ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ดังนี้ แผลที่ใบหน้าดังกล่าวยังไม่ถึงกับทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297

จำเลยให้การว่า จำเลยกระทำไปโดยป้องกันตัว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง ลดโทษแล้ว คงจำคุก 6 เดือน โจทก์สำนวนแรกและจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามที่ศาลฎีกาและศาลชั้นต้นสั่งรับมาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบหรือไม่ และสภาพแผลเป็นที่ใบหน้าของโจทก์ที่ 1ทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัวเป็นอันตรายสาหัสอันจะทำให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยเป็นฝ่ายด่าโจทก์ที่ 1 ก่อน เมื่อโจทก์ที่ 1 จะเข้ามาทำร้ายจำเลย จำเลยจึงได้ทำร้ายโจทก์ที่ 1ดังนี้เห็นได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน การที่จำเลยทำร้ายโจทก์ที่ 1 จึงไม่เป็นการป้องกัน ส่วนปัญหาเรื่องแผลบนใบหน้าของโจทก์ที่ 1 นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า แผลที่หางคิ้วซ้ายของโจทก์ที่ 1 ยาวประมาณ 4.5 เซนติเมตร เย็บไว้ 12 เข็มนายแพทย์มโนชญ์ สุวรรณศรี ผู้ตรวจรักษาบาดแผลโจทก์ที่ 1 ว่าแผลนี้เมื่อหายแล้วเป็นแผลเป็นมองเห็นได้ในระยะ 6 เมตร แต่แผลเป็นนี้อาจจางลงได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ยังมิได้ฟังว่าบาดแผลของโจทก์ที่ 1 กว้างเท่าใด ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาจึงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งปรากฏจากภาพถ่ายใบหน้าของโจทก์ที่ 1 หมาย จ.6 ว่า แผลที่คิ้วซ้ายของโจทก์ที่ 1 เป็นเพียงรอยขีดไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ดังนี้ แผลที่ใบหน้าของโจทก์ที่ 1 ยังไม่ถึงกับทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4)แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส คงเป็นความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ที่ 1 จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายของโจทก์ที่ 1 เท่านั้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 3 เดือน

Matter details

Panel of judges
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · โสภณ รัตนากร · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 20934)

การที่จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุด่าโจทก์ก่อน เมื่อโจทก์จะเข้ามาทำร้ายร่างกาย จำเลยจึงได้ทำร้ายโจทก์นั้น ไม่เป็นการป้องกันเมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย ศาลฎีกาย่อมฟังข้อเท็จจร…

Supreme Court Judgment No. 189/2567

จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของร้านที่เกิดเหตุย่อมมีความชอบธรรมที่จะไล่กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นชายฉกรรจ์และมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการวิวาทกันให้ออกไปจากที่เกิดเหตุได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ถือปืนบีบีกันเดินมาหน้าร้า…

Supreme Court Judgment No. 5904/2553

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงสวนผู้เสียหายไปในทันทีทันใดในท่านอนตะแคง โดยไม่มีโอกาสเลือกยิงจุดสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย เมื่ออาวุธปืนโดยสภาพย่อมเป็นอาวุธที่ใช้ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในทันทีทันใด ประกอบกับกระสุน…

Supreme Court Judgment No. 1665/2543

การที่จำเลยโกรธโจทก์ร่วมที่ไม่ยอมลงชื่อรับหนังสือจากจำเลยและด่าโจทก์ร่วมว่า "ไอ้ลูกหมา" พร้อมกับผลักโต๊ะใส่ แล้วเข้ากอดปล้ำต่อสู้กัน ถือว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุกับสมัครใจทะเลาะวิวาท จึงไม่อาจอ้างว่ากระท…

Supreme Court Judgment No. 3614/2538

ว.พ.ป.ส.ค และ ช. กับพวกนั่งคุยและผิงไฟจับกลุ่มกันอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน จำเลยขับรถอีแต๋นจะกลับบ้านและรถได้ตกลงไปในคลองข้างบ้าน พ.จำเลยไปขอให้บุคคลเหล่านั้นไปช่วยยกรถ บุคคลเหล่านั้นไม่ยอมไปช่วย จำเลยต่อว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up