Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 21019/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยวางเงินต่อศาลชั้นต้นก็เพื่อมิให้ถูกบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นระหว่างอุทธรณ์ ไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงไม่เพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินและจำเลยไม่ต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยมิได้ตกลงเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีเป็นอย่างอื่น และศาลอุทธรณ์พิพากษาตามยอมจนคดีถึงที่สุด โจทก์จึงไม่สามารถบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้อีก ทำให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกเพิกถอนไป จึงเป็นกรณีการถอนการบังคับคดีด้วยเหตุคำพิพากษาที่อยู่ในระหว่างบังคับคดีถูกกลับในชั้นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 (3) เป็นกรณีการถอนการบังคับคดีนอกจากกรณีตามมาตรา 295 (1) ซึ่งตามมาตรา 169/2 วรรคสี่ ให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นผู้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมการบังคับคดีในชั้นที่สุด หากโจทก์ไม่ชำระเจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถบังคับคดีค่าธรรมเนียมดังกล่าวแก่โจทก์ได้ตามมาตรา 295 ตรี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2552 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินโฉนดเลขที่ 11033 และ 11034 ตำบลสีกัน อำเภอดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ระหว่างโจทก์กับจำเลย และให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,765,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยยังมิได้มีคำสั่งตามคำร้องขอทุเลาการบังคับ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลยในบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำนวน 8,590,647 บาท ต่อมาวันที่ 6 สิงหาคม 2552 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์และขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพิกถอนการอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยดังกล่าว โดยจำเลยนำเงินมาวางศาลเป็นประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2552 จำนวน 8,168,969 บาท ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการอายัดเงินฝากของจำเลยดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์และจำเลยตกลงไม่เพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินโฉนดเลขที่ 11033 และที่ 11034 กับตกลงว่าจำเลยไม่ต้องชำระเงินจำนวน 6,765,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และโจทก์ยินยอมให้เงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ในศาลชั้นต้นที่วางศาลพร้อมอุทธรณ์ตกเป็นของจำเลย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวและคดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งถอนการอายัดเงินฝากของจำเลยแล้วได้มีคำสั่งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กรณีที่ยึดหรืออายัดเงินหรืออายัดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายจำนวน 84,901.47 บาท แต่โจทก์ไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งเหตุขัดข้องต่อศาลชั้นต้นตามหนังสือกรมบังคับคดีลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 ศาลชั้นต้นนัดพร้อมสอบถามเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีกรณีถอนการบังคับคดีดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยรับผิดค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี กับให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว หากจำเลยขอคืนเงินในส่วนที่ประกันการบังคับคดี จะต้องปรากฏว่ามีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีกรณียึดหรืออายัดเงินหรืออายัดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายเป็นความรับผิดของโจทก์หรือจำเลย เห็นว่า การที่จำเลยวางเงินต่อศาลชั้นต้นเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคสาม นั้น ก็เพื่อมิให้ถูกบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินและให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ไว้ในระหว่างอุทธรณ์เท่านั้น ไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่อย่างใด ในกรณีนี้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 295 (1) ซึ่งศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งงดการบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการอายัดเงินฝากของจำเลยแล้ว

ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งถอนการอายัดเงินฝากของจำเลยแล้วได้มีคำสั่งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กรณีที่ยึดหรืออายัดเงินหรืออายัดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายจำนวน 84,901.47 บาท ซึ่งค่าธรรมเนียมในกรณียึดหรืออายัดเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายนี้ หากผู้ขอให้ยึดหรืออายัดไม่ชำระค่าธรรมเนียมให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขอหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 ตรี จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้ขอให้ยึดหรืออายัดที่จะต้องชำระตามบทบัญญัติดังกล่าว และหากคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่มีการบังคับคดีอยู่ไม่ถูกกลับในชั้นที่สุด

ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ย่อมตกแก่จำเลยในฐานะลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 169/2 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อ ในคดีนี้ โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงไม่เพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินและจำเลยไม่ต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยมิได้ตกลงเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีดังกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น และศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจนคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์และจำเลยย่อมต้องผูกพันตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าว โจทก์จึงไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้อีก และทำให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ดำเนินไปแล้วถูกเพิกถอนไป

กรณีจึงเป็นการถอนการบังคับคดีไปด้วยเหตุคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่อยู่ในระหว่างบังคับคดีนั้นถูกกลับในชั้นที่สุดโดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 (3) และมีผลทำให้จำเลยมิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 169/2 วรรคหนึ่ง เมื่อการถอนการบังคับคดีด้วยเหตุคำพิพากษาที่อยู่ในระหว่างบังคับคดีถูกกลับในชั้นที่สุดตามมาตรา 295(3) นี้ เป็นกรณีถอนการบังคับคดีนอกจากกรณีตามมาตรา 295 (1) ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 169/2 วรรคสี่ ให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นผู้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมการบังคับคดีในชั้นที่สุด

หากโจทก์ไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถบังคับคดีค่าธรรมเนียมดังกล่าวแก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 ตรี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยรับผิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับเป็นว่า ให้โจทก์รับผิดค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี โดยไม่เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมยศ เข็มทอง · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางปรานี เชาวลิต
ศาลอุทธรณ์ - นายขจรศักดิ์ บุญเกษม
Supreme Court black case no.
พ.607/2555
Trial court black case no.
พ10041/2550
Trial court red case no.
พ249/2552
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

Supreme Court Judgment No. 11148/2557

หลังจากที่มีการยึดทรัพย์ที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2553 โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องขอถอนการยึดทรัพย์และสละสิทธิในการบังคับคดีเนื่องจากได้รับชำระหนี้จากฝ่ายจำเลยทั้งสามแล้ว ถ…

Supreme Court Judgment No. 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

Supreme Court Judgment No. 928/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุเพียงว่าโจทก์ตกลงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 14535 ตามแผนที่พิพาทท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความที่อยู่ทิศเหนือเส้นสีน้ำเงินให้แก่จำเลย โดยจำเลยต้…

Supreme Court Judgment No. 541/2567

การที่โจทก์ในคดีแพ่งนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 120261 และ 12959 ตำบลคันนายาว (คลองกุ่ม) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารตึกแถว เป็นการใช้สิทธิบังคับคดีไปตามคำพิพากษาโด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up