คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์ โจทก์ที่ 2 ได้รับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จ. ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การว่า ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จ. ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย ขอให้ยกฟ้องชั้นพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยขอเลื่อนคดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตทนายจำเลยยื่นคำคัดค้านไว้แล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2จำเลยอุทธรณ์ว่า
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี ไม่ชอบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 25 ตุลาคม 2522 ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนการนั่งพิจารณาอ้างว่าติดงานศพญาติ ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์วันที่ 4 ธันวาคม 2522และมีคำสั่งกำชับด้วยว่า ในนัดหน้าศาลจะไม่ให้จำเลยเลื่อนคดีเพราะเหตุเกี่ยวกับตัวทนายอีก ถึงวันนัดทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่าทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลจังหวัดสระบุรี ซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว หากทนายจำเลยมีเหตุจำเป็นเพราะได้นัดว่าความที่ศาลอื่นไว้ก่อนจริง ก็ชอบที่จะกำชับเสมียนทนายมิให้นัดวันสืบพยานตรงกัน หรือหากเสมียนทนายหลงลืมได้นัดวันสืบพยานไว้ตรงกัน
ก็มีเวลานานถึงเดือนเศษที่จะถึงกำหนดวันสืบพยานโจทก์ตามที่ได้นัดไว้ ทนายจำเลยก็ชอบที่จะรีบยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปเสียก่อนถึงวันนัด แต่ทนายจำเลยเพิ่งมอบฉันทะให้เสมียนทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาในวันนัดสืบพยานโจทก์ พฤติการณ์ดังนี้ส่อแสดงว่าทนายความมิได้สนใจต่อวันนัดพิจารณาคดีของศาล มีเจตนาประวิงคดีให้ล่าช้า ศาลชั้นต้นย่อมใช้ดุลพินิจให้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปโดยถือว่าทนายจำเลยไม่ติดใจซักค้านพยานโจทก์ได้ ทั้งนี้เพื่อให้คดีดำเนินไปโดยรวดเร็วและยุติธรรมพิพากษายืน