Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 21165/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 บัญญัติให้สหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล และมาตรา 51 บัญญัติให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนสหกรณ์ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนหรือผู้จัดการทำการแทนก็ได้ ข้อบังคับของโจทก์ข้อ 65 ก็มีข้อความทำนองนี้ โดยในวรรคสอง กำหนดให้คณะกรรมการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มติของคณะกรรมการดำเนินการ และมติของที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งในเรื่องการฟ้องและดำเนินคดีเกี่ยวกับกิจการของโจทก์ สำหรับหนังสือมอบอำนาจของโจทก์นั้น มีคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 25 จำนวน 15 คน เป็นผู้ลงลายมือชื่อมอบอำนาจ เมื่อพิจารณาประกอบกับ ป.พ.พ. มาตรา 71 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 และข้อบังคับของโจทก์ที่ใช้บังคับในขณะที่มีการมอบอำนาจ ไม่ปรากฏว่าจะต้องให้กรรมการดำเนินการของโจทก์ทุกคนลงลายมือชื่อเพื่อกระทำการแทนและให้มีผลผูกพันโจทก์ ดังนั้น แม้ต่อมาศาลปกครองขอนแก่นพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ทำให้ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งยังคงมีผลอยู่ โดยตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการดำเนินการของ บ. ซึ่งส่งผลให้การสมัครรับเลือกตั้งของ บ. ไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย บ. ไม่มีฐานะเป็นประธานกรรมการดำเนินการของโจทก์ในขณะที่ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ตนเองและหรือ ส. กรรมการดำเนินการของโจทก์อีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจก็ตาม แต่กรรมการดำเนินการของโจทก์ที่ยังเหลืออยู่อีก 14 คน ยังมีจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นเสียงข้างมากที่จะดำเนินการแทนโจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 71 และถือว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ส. ดำเนินคดีแล้ว การดำเนินการของ ส. ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของโจทก์และผู้แต่งตั้งทนายความจึงชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับ และหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง แม้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง อายุความในมูลละเมิดมีกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่มาตรา 74 บัญญัติว่า ถ้าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในการอันใด ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้ ดังนั้น กรณีละเมิดทำให้โจทก์รับความเสียหายโดยมีคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 24 ของโจทก์ทั้งคณะถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 3 ถึงที่ 17 ในคดีนี้ แม้จำเลยดังกล่าวจะเป็นผู้แทนของโจทก์อยู่ในขณะนั้น และได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันดังกล่าวก็ตาม แต่ไม่อาจถือได้ว่าการรู้นั้นเป็นการรู้ของโจทก์แล้วอันจะทำให้อายุความเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 โดยต้องถือว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 25 ของโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการชุดใหม่รู้ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 25 ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2547 และได้ฟ้องเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2547 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 71 ป.พ.พ. Section 74 ป.พ.พ. Section 448 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 Section 35 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 Section 51

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมกันหรือแทนกันกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 20 ชำระเงินจำนวน 225,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันชำระเงินจำนวน 58,067.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท จำเลยที่ 3 ถึงที่ 9 และจำเลยที่ 12 ถึงที่ 20 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องร้องใหม่ภายในกำหนดอายุความ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า คำพิพากษาของศาลปกครองขอนแก่นที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนซึ่งมีผลให้การที่นางบุปผา สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการดำเนินการของโจทก์ไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ไม่ทำให้หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ซึ่งนางบุปผาร่วมลงลายมือชื่อ ต้องสิ้นผลบังคับไปด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 37 บัญญัติให้สหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล และมาตรา 51 บัญญัติให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เป็น ผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนสหกรณ์ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนหรือผู้จัดการทำการแทนก็ได้ ข้อบังคับของโจทก์ในข้อ 65 ก็มีข้อความทำนองเดียวกันนี้ โดยข้อบังคับข้อ 65 วรรคสอง

กำหนดให้คณะกรรมการดำเนินการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มติของคณะกรรมการดำเนินการ และมติของที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งใน (17) เรื่องการฟ้องและดำเนินคดีเกี่ยวกับกิจการของโจทก์สำหรับหนังสือมอบอำนาจของโจทก์นั้น มีคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 25 จำนวน 15 คน ตามคำสั่งสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำกัด ที่ 17/2547 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2547 เป็นผู้ลงลายมือชื่อมอบอำนาจ เมื่อพิจารณาประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 71 ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่นิติบุคคลมีผู้แทนหลายคน การดำเนินกิจการของนิติบุคคลให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของผู้แทนนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดไว้เป็นประการอื่นในกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง

เมื่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และข้อบังคับของโจทก์ที่ใช้บังคับในขณะที่มีการมอบอำนาจไม่ปรากฏว่า จะต้องให้กรรมการดำเนินการของโจทก์ทุกคนลงลายมือชื่อเพื่อกระทำการแทนและให้มีผลผูกพันโจทก์ ดังนั้น แม้ต่อมาศาลปกครองขอนแก่นพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของสหกรณ์จังหวัดขอนแก่นตามหนังสือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ที่ ขก 0010/022 ลงวันที่ 22 เมษายน 2547 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่มีหนังสือดังกล่าว ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ทำให้ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฉบับที่ 9/2547 ยังคงมีผลอยู่โดยตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการดำเนินการของนางบุปผา ซึ่งส่งผลให้การสมัครรับเลือกตั้งของนางบุปผาไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย

นางบุปผาไม่มีฐานะเป็นประธานกรรมการดำเนินการของโจทก์ในขณะที่ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ตนเองและหรือนายสมเกียรติ กรรมการดำเนินการของโจทก์อีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจดำเนินคดีนี้ก็ตาม แต่กรรมการดำเนินการของโจทก์ที่ยังเหลืออยู่อีก 14 คน ยังมีจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นเสียงข้างมากที่จะดำเนินการแทนโจทก์ได้ตามมาตรา 71 ดังกล่าว และเนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนคดีว่านายสมเกียรติเป็นผู้ลงลายมือแต่งตั้งทนายความดำเนินคดีนี้ ดังนั้น การดำเนินการของนายสมเกียรติในฐานะผู้รับมอบอำนาจโจทก์และผู้แต่งตั้งทนายความจึงชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับและหนังสือมอบอำนาจของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น

ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น แม้ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 8 และที่ 12 ถึงที่ 15 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 9 ที่ 16 และที่ 17 และอุทธรณ์ของจำเลยที่ 18 ถึงที่ 20 ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี หรือไม่ และจำเลยผู้อุทธรณ์ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เพียงใด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยังมิได้วินิจฉัย แต่เมื่อคู่ความได้สืบพยานกันมาจนพอวินิจฉัยได้แล้ว ศาลฎีกาเห็น สมควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยก่อน สำหรับปัญหาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี หรือไม่ จำเลยดังกล่าวอุทธรณ์ทำนองเดียวกันว่า วันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 เป็นวันที่โจทก์รู้เหตุแห่งความเสียหายเพราะพนักงานสอบสวนเข้าตรวจค้นสำนักงานของโจทก์ และได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 24 ของโจทก์ซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีนี้

เมื่อนับถึงวันฟ้องเกิน 1 ปี จึงขาดอายุความ เห็นว่า ความรับผิดของคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์เป็นไปตามข้อบังคับของโจทก์ข้อ 68 ที่กำหนดว่า ถ้าคณะกรรมการดำเนินการกระทำหรืองดเว้นกระทำการหรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ของตนจนทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก...คณะกรรมการดำเนินการต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สหกรณ์ แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ตาม แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 74 บัญญัติว่า

ถ้าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในการอันใด ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้ ดังนั้น กรณีละเมิดทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยมีคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 24 ของโจทก์ ทั้งคณะถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 3 ถึงที่ 17 ในคดีนี้ แม้จำเลยดังกล่าวจะเป็นผู้แทนของโจทก์อยู่ในขณะนั้น และได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันดังกล่าวก็ตาม แต่ไม่อาจถือได้ว่าการรู้นั้นเป็นการรู้ของโจทก์แล้วอันจะทำให้อายุความเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 โดยต้องถือว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 25 ของโจทก์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ชุดใหม่รู้

เมื่อคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 25 ของโจทก์ ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2547 และได้ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2547 ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 8 และที่ 12 ถึงที่ 15 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 9 ที่ 16 และที่ 17 และอุทธรณ์ของจำเลยที่ 18 ถึงที่ 20 ฟังไม่ขึ้น สำหรับปัญหาว่า จำเลยทั้งยี่สิบจะต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า การนำโฉนดที่ดินเลขที่ 157167 ตำบลบ้านหว้า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้พิเศษของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อโจทก์ออกไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและขายให้แก่นายสำราญโดยขณะนั้นหนี้เงินกู้พิเศษของจำเลยที่ 1 ยังชำระไม่ครบถ้วน เป็นการทำให้หนี้เงินกู้พิเศษของจำเลยที่ 1 ไม่มีที่ดินเป็นหลักประกัน ซึ่งขัดต่อระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยการให้สหกรณ์ประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ถือปฏิบัติในเรื่องการให้เงินกู้แก่สมาชิก

พ.ศ.2542 ข้อ 4 ที่ห้ามมิให้ใช้บุคคลเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้พิเศษโดยเด็ดขาด การกระทำดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนความรับผิดในความเสียหายต่อโจทก์นั้น ข้อบังคับของโจทก์ข้อ 68 กำหนดความรับผิดชอบของคณะกรรมการดำเนินการไว้ว่า ถ้ากรรมการดำเนินการสหกรณ์กระทำหรืองดเว้นกระทำการหรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ของตนจนทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก หรือสหกรณ์มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงินการบัญชีหรือกิจการหรือฐานะการเงินตามรายงานการสอบบัญชีหรือรายงานการตรวจสอบเป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย คณะกรรมการดำเนินการต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สหกรณ์ นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 77 บัญญัติให้นำบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนแห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับแก่ความเกี่ยวพันระหว่างนิติบุคคลกับผู้แทนของนิติบุคคล

จำเลยที่ 3 ถึงที่ 17 เป็นกรรมการในคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ จึงเป็นผู้แทนของโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 เมื่อการกระทำดังกล่าวข้างต้นทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ถึงที่ 17 เป็นกรรมการในคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์และเป็นผู้แทนโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 3 ถึงที่ 17 จึงต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามข้อบังคับข้อ 68 ของโจทก์และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 77 ประกอบมาตรา 812 ส่วนจำเลยที่ 18 เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ 19 และที่ 20 เป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อของโจทก์มีหน้าที่จัดทำและตรวจสอบเอกสารก่อนนำเสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาอนุมัติซึ่งย่อมทราบระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ที่ห้ามมิให้ใช้บุคคลเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้พิเศษโดยเด็ดขาดเป็นอย่างดี แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเป็นเหตุให้โจทก์รับความเสียหาย

จำเลยที่ 18 ถึงที่ 20 จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับลงวันที่ 3 ตุลาคม 2546 ว่า จำเลยที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไถ่ถอนและขายที่ดินโฉนดเลขที่ 157167 ซึ่งจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้พิเศษแก่โจทก์ โดยขณะนั้นจำเลยที่ 1 ยังชำระหนี้เงินกู้พิเศษให้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วน การกระทำดังกล่าวทำให้หนี้เงินกู้พิเศษที่มีต่อโจทก์ไม่มีที่ดินเป็นหลักประกัน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ด้วย ส่วนค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์นั้นเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2546 อันเป็นวันทำละเมิดเกินไปจากที่โจทก์มีคำขอดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

อนึ่ง ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีเพียงจำนวนต้นเงินและดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคำนวณถึงวันฟ้อง แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ตามคำฟ้อง จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เสียเกินมาให้แก่โจทก์

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ดอกเบี้ยให้นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 ธันวาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พิศล พิรุณ · เสรี เพศประเสริฐ
Lower court
ศาลแขวงขอนแก่น - นายปรีชา พันธไชย
Supreme Court black case no.
พ.1975/2552
Trial court black case no.
พ2976/2547
Trial court red case no.
พ3364/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Supreme Court Judgment No. 399/2568

การเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมสภาพจากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ และค่าใช้จ่ายพนักงานในการติดตามดำเนินคดีและทวงถามทรัพย์คืนจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยบังคับคดีนำทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์ไปเก็บรักษ…

Supreme Court Judgment No. 1765/2566

แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 21 ให้รับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิด หรือให้รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือตัวแทนกระทำโดยประมาทเลินเล่อหร…

Supreme Court Judgment No. 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up