Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 21251/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยพาเด็กหญิง ธ. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อไปค้าประเวณีที่โรงแรม การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเป็นธุระจัดหาและพาเด็กหญิง ธ. ให้ไปค้าประเวณี อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี มาตรา 9 แล้ว ไม่จำเป็นที่เด็กหญิง ธ. ต้องมีเจตนาค้าประเวณีด้วย เพราะบทบัญญัติดังกล่าว มิได้บัญญัติเจตนาของผู้ค้าประเวณีให้เป็นองค์ประกอบความผิดด้วย

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 282 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 Section 9 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 Section 26 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 Section 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (5), 78 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3)(5), 78 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 5 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเกิดเหตุนายปัญญา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกบินทร์บุรี โทรศัพท์แจ้งร้อยตำรวจโทตระกูล ทราบว่ามีบุคคลมาติดต่อนักเรียนของโรงเรียนให้ไปค้าประเวณี ร้อยตำรวจโทตระกูลกับดาบตำรวจสมบัติ จึงพากันเดินทางไปพบนายปัญญาที่โรงเรียน จากนั้นนายปัญญาพาเด็กหญิง ธ. มาพบเพื่อวางแผนจับกุมจำเลยเจ้าพนักงานตำรวจให้เด็กหญิง ธ. โทรศัพท์ไปบอกจำเลยให้พาไปค้าประเวณีและให้สายลับโทรศัพท์ไปหาจำเลยเพื่อขอซื้อบริการทางเพศโดยให้จำเลยพาตัวเด็กหญิงไปส่งที่โรงแรมแมกไม้รีสอร์ท เวลา 19 นาฬิกา ของวันเกิดเหตุ เมื่อถึงเวลานัดหมาย จำเลยพาบุตรสาวของตนเองและเด็กหญิง

ธ . ในขณะเกิดเหตุอายุ 13 ปีเศษ นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปที่โรงแรมตามนัด พบกับสายลับและสายลับพูดคุยกับส่งมอบเงินให้จำเลย จำนวน 2,600 บาท จากนั้นมีผู้ตะโกนว่าตำรวจมา จำเลยจึงขับรถจักรยานยนต์พาเด็กหญิง ธ. หลบหนีแต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมไว้ได้ คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่เด็กหญิง ธ.ไม่ได้มีเจตนาที่จะค้าประเวณีในวันเกิดเหตุ จะทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 หรือไม่เห็นว่า ตามมาตรา 9 บัญญัติว่า "ผู้ใดเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่าง

ๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท" ดังนี้การกระทำความผิดในฐานนี้ต้องมีองค์ประกอบความผิดคือ องค์ประกอบภายนอก ได้แก่ การที่บุคคลกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในสามอย่าง กล่าวคือ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด องค์ประกอบภายในมีสองประการคือ ประการแรก เจตนาเป็นธุระจัดหาล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด ประการที่สอง เจตนาพิเศษหรือมูลเหตุชักจูงใจ เพื่อการค้าประเวณี สำหรับองค์ประกอบภายนอกเกี่ยวกับการกระทำเป็นธุระจัดหา หมายความว่าจัดให้ได้มาซึ่งบุคคลใด ล่อไป หมายความว่า ล่อลวงไปยังสถานที่ที่จัดไว้ พาไป

หมายความว่านำไป เมื่อข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยพาเด็กหญิง ธ. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อไปค้าประเวณีที่โรงแรมที่เกิดเหตุแล้วการกระทำของจำเลยจึงเป็นการเป็นธุระจัดหาและพาเด็กหญิง ธ.ให้ไปค้าประเวณีการที่ค้นพบธนบัตรที่ใช่ล่อซื้อของกลางอยู่ที่ตัวจำเลย ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาที่จะพาเด็กหญิง ธ. ไปค้าประเวณีแล้ว ไม่จำเป็นที่เด็กหญิง ธ.จะต้องมีเจตนาค้าประเวณีด้วยหรือไม่ เพราะบทบัญญัติดังที่กล่าวไว้นี้ มิได้บัญญัติเจตนาของผู้ค้าประเวณีให้เป็นองค์ประกอบความผิดไว้ด้วย การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว และเมื่อเด็กหญิง ธ. อายุเพียง 13 ปีเศษ ในขณะเกิดเหตุการกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำแก่เด็กที่อายุยังไม่เกินสิบห้าปี ตามมาตรา 9 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์ · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
Lower court
ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายเตชัช ฉินังกูร
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิเชียร โบราณวัฒน์
Supreme Court black case no.
อ.2260/2554
Trial court black case no.
อ867/2550
Trial court red case no.
อ247/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4533/2565

แม้การร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป พาไปหรือชักพาผู้เสียหายทั้งสองไปเพื่อการอนาจาร หรือเพื่อให้กระทำการค้าประเวณี รวมทั้งการร่วมกันชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีคว…

Supreme Court Judgment No. 1377/2563

เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับ ส. พฤติการณ์ของจำเลยที่ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 นับตั้งแต่ครั้งแรกในคืนที…

Supreme Court Judgment No. 3861/2565

จำเลยข่มขืนใจผู้เสียหายที่ 2 ให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจ และบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมให้ผู้เสียหายที่ 2 ปร…

Supreme Court Judgment No. 3197/2565

จำเลยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีของเด็ก ย่อมเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (5) และเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้…

Supreme Court Judgment No. 8824/2561

บทนิยาม "แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ" ตามมาตรา 4 (เดิม) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up