Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2133/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การฟ้องคดีเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นการฟ้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 49 ซึ่งเป็นกฎหมายสารบัญญัติส่วนหนึ่งที่เกี่ยวด้วยการคุ้มครองแรงงานหาใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาไม่ ศาลแรงงานกลางไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาจำเลยจ่ายค่าจ้างเดือนละสองครั้ง กลางเดือนกับสิ้นเดือนโจทก์ถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2525 วันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องค่าจ้างได้ย่อมเริ่มนับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2525เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 สิทธิเรียกร้องค่าจ้างเช่นว่านี้เกิดแต่สัญญาจ้างแรงงานและเกิดแต่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง มีกำหนดอายุความสองปีตามมาตรา 165(9).

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 165 ป.พ.พ. Section 166 ป.พ.พ. Section 169 ป.วิ.พ. Section 46 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49 ป.วิ.อ. Section 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของจำเลย จำเลยไล่โจทก์ออกโดยไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าจ้างค้างชำระ เงินสะสม เงินสมทบเงินสะสม เงินบำเหน็จค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าเสียหายและดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่จำเลยจึงไล่โจทก์ออกได้โดยชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินทุกจำนวน และคดีขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องค่าจ้างค้างชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีขาดอายุความแล้ว โจทก์รับซื้อเช็คเดินทางต่างประเทศจากนายสมชัยหลายฉบับโดยไม่มีหน้าที่และเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้เพราะเป็นเช็คสูญหายและถูกลักและเจ้าของเช็คได้อายัดไว้ จำเลยจึงแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ ศาลอาญากับศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องคดีถึงที่สุด ศาลแรงงานกลางเห็นว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยการเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์

การกระทำของโจทก์ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47 (5) จำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหายอันเกิดแก่การถูกฟ้องเป็นคดีอาญานั้น จำเลยใช้สิทธิในทางศาลโดยสุจริตและชอบธรรมเป็นไปตามกระบวนพิจารณาความอาญา จำเลยไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์จำเลยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ตามคำสั่งที่ 6/2515เรื่อง การจัดสรรเงินเพื่อสวัสดิการของพนักงาน (ฉบับที่ 3)เอกสารหมาย จ.4 ข้อ 5.1 แสดงว่าจำเลยได้หักเงินเดือนโจทก์ไว้ร้อยละห้าเป็นเงินสะสมและจะคืนให้เมื่อโจทก์ออกจากงาน เงินดังกล่าวเป็นเงินของโจทก์เอง จำเลยจึงต้องคืนให้โจทก์ตามจำนวนที่ปรากฏในเอกสารหมาย

จ.2 เป็นจำนวน 16,787.50 บาทส่วนเงินสมทบเงินสะสมและเงินบำเหน็จนั้นจำเลยจะจ่ายให้แก่พนักงานที่ออกจากงานโดยไม่มีความผิด เมื่อโจทก์ออกจากงานโดยมีความผิดจำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินสะสม 16,767.50 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมจึงขอค่าเสียหายอันเกิดแต่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม การฟ้องเช่นว่านี้เป็นการฟ้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522มาตรา 49 ซึ่งเป็นบทกฎหมายสารบัญญัติส่วนหนึ่งที่เกี่ยวด้วยการคุ้มครองแรงงานหาใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภาค 1 ลักษณะ3 หมวด 2 ไม่ ดังนั้นการที่จะวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นธรรมหรือไม่นั้น ศาลแรงงานกลางไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา หากแต่จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นพิจารณาเท่านั้น เงินเดือนเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 2 และเป็นสินจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 575 และหากค่าอาหาร

ค่าพาหนะกับค่ารับรองเป็นค่าจ้าง (ซึ่งศาลฎีกายังมิได้ถือเช่นนั้น) เงินสามประเภทนั้นย่อมเป็นค่าจ้างและสินจ้างตามที่กล่าวข้างต้นดุจกัน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ่ายค่าจ้างเดือนละสองครั้งคือประมาณกลางเดือนกับประมาณสิ้นเดือน โจทก์ได้รับเงินเดือนสำหรับงวดวันที่ 15 ตุลาคม 2525 ไปแล้วแต่งวดที่สองคือวันที่ 31 ตุลาคม2525 ยังไม่ได้รับโจทก์ก็ถูกเลิกจ้างเสียก่อนเมื่อวันที่ 21ตุลาคม 2525

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อกรณีเป็นเช่นนี้วันเริ่มแต่ขณะที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องค่าจ้างย่อมเริ่มนับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2525 เป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา169 สิทธิเรียกร้องค่าจ้างเช่นว่านี้เกิดแต่สัญญาจ้างแรงงานและเกิดแต่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมิใช่เป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาชั้นที่สุดของศาลตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 107/2526 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 29622/2527 หรือโดยคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการหรือโดยประนีประนอมยอมความซึ่งมีกำหนดอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 168 ดังที่โจทก์อุทธรณ์โจทก์ยกกฎหมายว่าด้วยอายุความขึ้นปรับคดีโดยไม่ตรงต่อรูปเรื่องสิทธิเรียกร้องค่าจ้างของโจทก์ในคดีนี้ชอบที่จะปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165 (9) ซึ่งมีกำหนดอายุความสองปี

เมื่อโจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้นับแต่วันที่ 31ตุลาคม 2525 แต่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2530โจทก์จึงมิได้บังคับตามสิทธิเรียกร้องเสียภายในระยะเวลาอันกฎหมายกำหนดไว้ คดีโจทก์สำหรับค่าจ้างค้างชำระจึงตกเป็นอันขาดอายุความห้ามมิให้ฟ้องร้องที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ที่เรียกค่าจ้างค้างชำระขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 166 นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล

อนึ่งศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่าย 16,787.50 บาทจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอโดยมิได้อ้างให้ปรากฏซึ่งเหตุอันควรเพื่อความเป็นธรรมแก่โจทก์ประการใด ศาลฎีกาจึงแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์ 16,750 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

Matter details

Panel of judges
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4557/2566

โจทก์ฟ้องโดยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือมาแสดง แต่โจทก์มีหนังสือรับสภาพหนี้มีใจความว่าผู้ตายเป็นหนี้โจทก์ โดยนำโฉนดที่ดินมาให้ยึดถือไว้เป็นประกัน และจำเลยในฐานะทายาทของผู้ตายรับจะชดใช้เงิน…

Supreme Court Judgment No. 185/2545

จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ซึ่งมีหน้าที่และรับผิดชอบขับรถยนต์นำน้ำมันไปส่งให้แก่กรมช่างอากาศ แต่โจทก์หาได้กระทำเช่นนั้นไม่ กลับยักยอกเอาน้ำมันดังกล่าวไปเป็นของบุคคลอื่นโดยทุจริต ทำให้จำเลยได้…

Supreme Court Judgment No. 290/2540

โจทก์เป็นองค์การของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นโดย พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรา 6 (1) ถึง (8) ตามสัญญาซื้อปุ๋ย จำเลยที่ 1 ต้องชำระเงินค่าปุ๋ยให้โจทก…

Supreme Court Judgment No. 4126/2540

จำเลยถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีอาญาในข้อหาร่วมกับพวกบุกรุกตึกแถวพิพาท และทำให้เสียทรัพย์โดยทุบทำลายส่วนต่าง ๆของตึกแถวพิพาทได้รับความเสียหาย ซึ่งโจทก์ในฐานะผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2539 (ref. 4478)

สัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์มีข้อความกำหนดให้ผู้รับจ้างจัดหาสิ่งของชนิดที่ดีใช้เครื่องมือดีและช่างผู้มีความรู้ความชำนาญและฝีมือดีมาดำเนินการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up