Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2149/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดินพิพาทย่อมตกเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลย แม้ต่อมาโจทก์จำเลยจะแยกกันอยู่หรือหย่ากันในทางศาสนาอิสลาม ก็จะถือว่าโจทก์จำเลยขาดจากการเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วมิได้ เพราะมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล จึงนำพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 มาปรับใช้มิได้ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาในเรื่องทรัพย์สินต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 เมื่อโจทก์จำเลยยังมีสถานะเป็นสามีภริยาต่อกันตามกฎหมาย จำเลยจึงฟ้องขอแบ่งสินสมรสมิได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีจำเลย ต่อมาจำเลยคบชู้ได้เสียกับชายอื่น โจทก์และจำเลยจึงตกลงเลิกเป็นสามีภริยากันตามหลักศาสนาอิสลามเมื่อต้นเดือนเมษายน ๒๕๓๙ ขณะเป็นสามีภริยากันโจทก์ได้รับการยกให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๒๕๙ เนื้อที่ ๑ งาน ๘๔ ตารางวา จากนายยะ มินซิน บิดาโจทก์ จึงเป็นสินส่วนตัว แต่จำเลยเก็บรักษาโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้ โจทก์ทวงถามกลับไม่ยอมคืนให้ ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๓๒๕๙ แก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้บังคับตามฟ้องแย้งให้โจทก์แบ่งที่ดินแก่จำเลยครึ่งหนึ่ง หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ และขอให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า บิดาโจทก์ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา ค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีสำหรับการซื้อขายและการให้มีจำนวนใกล้เคียงกัน ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๓๒๕๙ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา แก่โจทก์ (ที่ถูกให้ยกฟ้องแย้งด้วย) ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้โจทก์แบ่งที่ดินพิพาทโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๓๒๕๙ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา แก่จำเลยครึ่งหนึ่ง หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของโจทก์หรือเป็นสินสมรสของโจทก์จำเลย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ภาระการพิสูจน์ตกแก่จำเลย? พยานหลักฐานจำเลยสมเหตุสมผลมีน้ำหนักรับฟังได้ตามภาระการพิสูจน์ว่าโจทก์จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากนายยะ ที่ดินพิพาทย่อมตกเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลย แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนสมรสต่อกัน แม้จะแยกกันอยู่หรือหย่ากันในทางศาสนาอิสลามตามที่โจทก์เบิกความไว้ ก็จะถือว่าโจทก์จำเลยขาดจากการเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วมิได้ เพราะการสิ้นสุดแห่งการสมรสมีเพียงความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอนดังบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐๑ เท่านั้น แม้โจทก์จำเลยจะเป็นอิสลามสาสนิก แต่มูลคดีมิได้เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส

ยะลา และสตูล จึงจะนำพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. ๒๔๘๙ มาปรับใช้ให้รับฟังว่าโจทก์จำเลยได้หย่าขาดจากกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วยังมิได้ ฉะนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาในเรื่องทรัพย์สินต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๓ เมื่อโจทก์จำเลยยังมีสถานะเป็นสามีภริยาต่อกันตามกฎหมาย จำเลยจึงขอแบ่งสินสมรสมิได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่ง ที่ดินพิพาทมีราคา ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ว่าเป็นสินสมรสซึ่งจำเลยมีส่วนกึ่งหนึ่ง ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาสำหรับฟ้องโจทก์กับฟ้องแย้งจึงเท่ากับ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๐ บาท ตามลำดับ โจทก์เสียค่าขึ้นศาลจากทุนทรัพย์ ๖๐,๐๐๐ บาท จึงไม่ถูกต้อง

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑.

Matter details

Panel of judges
สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
Lower court
ศาลจังหวัดนครนายก - นายธีระนันท์ อ่วมเจิม
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรชัย เอื้ออารีตระกูล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up