คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จำเลยต่างพิพาทกันเรื่องที่ดินสวนยางแปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ ๓๔๐ ไร่ ที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา แล้วต่อมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ คือให้จำเลยโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ คดีถึงที่สุดแล้วแต่พนักงานที่ดินไม่ยอมทำโอนที่พิพาทให้โจทก์เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว จำเลยจึงรองขอให้ศาลสั่งว่าสัญญาประนีประนอมที่ทำไว้เป็นโมฆะ ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลแจ้งไปยังหอทะเบียนที่ดิน ให้จัดการโอนที่ดินให้โจกท์ตามคำพิพากษา ถ้าจะลงชื่อโจทก์ในการรับโอนเป็นการไม่สดวก โจทก์ก็พร้อมที่จะจัดหาคนไทยมารับโอน ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจที่จะมาร้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นโมฆะ จึงให้ยกคำร้องของจำเลย ส่วนคำร้องของโจทก์ ปรากฎว่าเจ้าพนักงานไม่ยอมโอนให้ เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว ต้องห้ามตามพ.ร.บ.ที่ดินส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๘๖ ที่จะซื้อที่ดินเท่าจำนวนนี้ จึงยกคำร้องเสียเช่นเดียวกัน โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความคือให้จำเลยโอนขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว แต่ต่อมาได้สั่งยกคำร้องของโจทก์ที่จะขอให้แจ้งไปยังพนักงานที่ดินเพื่อโอนที่พิพาทให้โจทก์ตามคำพิพากษาเสียนั้น จะถือว่าเป็นการขัดแย้งกับคำพิพากษา ทำให้คำสั่งเป็นโมฆะดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่เพราะเมื่อศาลพิพากษาคดีไปอย่างไรแล้ว การที่จะปฏิบัติไปตามคำพิพากษาได้หรือไม่เพียงไรนั้น เป็นอีกส่วนหนึ่งทั้งเรื่องนี้ความจริงศาลชั้นต้นก็หาได้สั่งไม่ให้โอนที่พิพาทตามคำพิพากษาแต่อย่างใดไม่ เป็นแต่กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ขัดข้องอ้างว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์จึงมีหน้าทีต้องแสดงว่าโจทก์มีสิทธิ์จะซื้อได้ตามกฎหมาย ศาลเห็นสมควรจะได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ต่อไปดังนี้ต่างหาก ที่พิพาทเป็นสวนยางจัดเป็นที่ดินประกอบเกษตรกรรมมีเนื้อที่ ๒๔๑ ไร่เศษ ตามพ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว ๒๔๘๖ โจทก์หามีสิทธิ์จะได้มาตามจำนวนที่กล่าวนั้นไม่
ส่วนการที่โจทก์ครอบครองในฐานะเป็นผู้จะซื้อตามสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น จะถือว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทหรือได้มาซึ่งที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐ ยังไม่ได้ การที่เจ้าพนักงานรับคำขอจดทะเบียนสิทธิ์ให้ ไม่ได้หมายความว่าโจทก์มีสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์ในที่นั้นจริง โจทก์จะมีสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์อย่างไรย่อมเป็นไปตามกฎหมาย สำหรับที่โจทก์อ้างว่าจะจัดหาบุคคลอื่นมารับโอนแทนนั้นเป็นเรื่องนอกเหนือจากที่ประนีประนอมยอมความกันไว้ เมื่อจำเลยคัดค้านก็ไม่มีทางจะจัดการให้ได้
Result
จึงพิพากษายืน