คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกลูกซองไม่ทราบขนาด 1 กระบอก และมีเครื่องกระสุนปืนลูกซองนัมเบอร์เอสจี ไม่ทราบจำนวน ซึ่งใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ จำเลยพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในซอยเทียนทะเล 22 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล อันเป็นเมืองหมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และจำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนซึ่งเป็นเยาวชนแยกดำเนินคดีต่างหากแล้ว ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในห้องพักอันเป็นเคหสถานของ น. โดยไม่มีเหตุอันสมควร แล้วใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิง น. ที่หน้าผากขมับด้านซ้าย โดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุให้
น. ถึงแก่ความตาย เจ้าพนักงานยึดได้กระสุนลูกปรายกระสุนปืนลูกซองที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลางก่อนคดีนี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2545 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6560/2545 ของศาลจังหวัดนครปฐมและภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษดังกล่าว จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 91, 289, 364, 365, 371 ริบของกลาง และบวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้
จำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อหาของโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 365, (1), (2), (3) (ที่ถูกมาตรา 365 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 364 และต้องปรับบทมาตรา 371 ด้วย) ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ (ที่ถูกมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันบุกรุกเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 20 ปี
ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 25 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 12 ปี 6 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6560/2545 ของศาลจังหวัดนครปฐม เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้เป็นจำคุก 12 ปี 12 เดือน ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 25 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 27 ปี 6 เดือน ยกคำขอให้บวกโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาขอให้บวกโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6560/2545 ของศาลจังหวัดนครปฐมเข้ากับโทษในคดีนี้ นั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะยื่นคำให้การว่าขอให้การรับสารภาพทุกข้อหาของโจทก์ โดยมิได้ระบุว่าให้การรับด้วยว่าเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อนที่โจทก์อ้างขอให้บวกโทษมาในฟ้องและโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏความในเรื่องนี้ก็ตาม แต่ตามคำแก้ฎีกาของจำเลยรับว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6560/2545 ของศาลจังหวัดนครปฐมและเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีดังกล่าว อันเป็นการยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ดังนั้น ศาลจึงบวกโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6560/2545 ของศาลจังหวัดนครปฐมเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บวกโทษในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6560/2545 ของศาลจังหวัดนครปฐมเข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุก 27 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์