Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 21627/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นผู้พิมพ์หนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เรื่องอุทธรณ์คำสั่งบรรจุแต่งตั้งผู้ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าทำงาน แม้ข้อความโดยรวมเป็นการกล่าวหาผู้เสียหายซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านโตนดและเป็นผู้บริหารสูงสุดของเทศบาลตำบลบ้านโตนดว่ารับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นพนักงานเทศบาลไม่โปร่งใส เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการใส่ความผู้เสียหายก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำต่อบุคคลที่สาม กลับได้ความเพียงว่า ก. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลบ้านโตนดไปพบหนังสือร้องเรียนดังกล่าวที่หน้าคอมพิวเตอร์ห้องงานคลังด้วยตนเอง โดยจำเลยมิได้นำออกมาแสดงต่อ ก. เพื่อให้ทราบข้อความในเอกสารนั้น ส่วน ศ. พนักงานขับรถของผู้เสียหายก็เพียงแต่สงสัยว่าจำเลยจะเป็นผู้พิมพ์หนังสือร้องเรียนดังกล่าวเท่านั้น ทั้งจำเลยยังไม่ได้ส่งเอกสารดังกล่าวไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยทราบ การกระทำของจำเลยจึงยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 6 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 3 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านโตนด จำเลยเคยเป็นพนักงานอัตราจ้างและได้ลาออกไปก่อนเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุจำเลยเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ห้องงานคลังของเทศบาลตำบลบ้านโตนด ต่อมาผู้เสียหายเข้าไปในห้องดังกล่าวแล้วแย่งเอกสารหมาย จ.2 จากจำเลย ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีข้อความเกี่ยวกับการร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยว่ามีผู้ใช้อำนาจหน้าที่รับสมัครพนักงานเทศบาลโดยไม่ชอบ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยหมิ่นประมาทผู้เสียหายตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความว่า เดือนตุลาคม 2551 เทศบาลตำบลบ้านโตนดประกาศรับสมัครพนักงานอัตราจ้างหลายตำแหน่ง แต่จำเลยไม่ได้สมัคร วันเกิดเหตุเวลาบ่าย นายศรีพล พนักงานขับรถโทรศัพท์แจ้งผู้เสียหายว่าจำเลยพิมพ์หนังสือร้องเรียนที่คอมพิวเตอร์ในห้องงานคลัง ผู้เสียหายเดินทางไปที่เทศบาลตำบลบ้านโตนด พบจำเลยยืนอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องงานคลังในมือถือเอกสารหมาย จ.2 ผู้เสียหายขอดูแต่จำเลยไม่ยอม ผู้เสียหายจึงแย่งเอกสารมาดูพบว่าเป็นข้อความหมิ่นประมาทผู้เสียหาย ผู้เสียหายถามจำเลยพิมพ์ทำไม จำเลยบอกเป็นสิทธิของตน มีการโต้เถียงกันเสียงดัง

ปลัดเทศบาลบอกให้ไปคุยที่ห้องปลัดเทศบาล และเรียกนางเนาวรัตน์ หัวหน้างานคลังมาพบ จำเลยรับว่าเป็นผู้พิมพ์ ส่วนนางเนาวรัตน์อ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง หลังออกจากห้องปลัดเทศบาล ผู้เสียหายถามเจ้าหน้าที่ว่าใครได้อ่านเอกสารดังกล่าวบ้าง ส่วนใหญ่บอกไม่ได้อ่านมีแต่นางกสิตราบอกว่าได้อ่าน ผู้เสียหายเห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาทจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้ดำเนินคดีแก่จำเลย นายศรีพลเบิกความว่า วันเกิดเหตุตอนบ่าย นายศรีพลนั่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นเทศบาลเห็นจำเลยนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ห้องงานคลัง จำเลยมีประวัติชอบร้องเรียน นายศรีพลเห็นจำเลยถือเอกสารมีนางพิมพรและนางเนาวรัตน์ยืนดูอยู่ มีการพูดคุยกัน นายศรีพลจึงเดินไปสะกิดนางกสิตรา และนางกสิตราให้นายศรีพลโทรศัพท์แจ้งผู้เสียหายว่าจำเลยเหมือนกับพิมพ์หนังสือร้องเรียนอยู่

หลังจากนั้นผู้เสียหายมา มีการพูดโต้เถียงกัน และนางกสิตราเบิกความว่า นางกสิตรา เป็นเจ้าพนักงานพัสดุ ระดับ 5 วันเกิดเหตุนายศรีพลมาบอกว่าเห็นจำเลยพิมพ์หนังสือเหมือนกับเป็นเรื่องร้องเรียน ให้นางกสิตราไปดูที่ห้องงานคลัง นางกสิตราเดินไปที่ห้องงานคลัง ขณะนั้นไม่พบจำเลย พบมีกระดาษวางอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ 1 แผ่น นางกสิตราอ่านมีข้อความร้องเรียนผู้เสียหายเหมือนกับเอกสารหมาย จ.2 ขณะนั้นในห้องงานคลังมีนางพิมพรและนางชนัญญานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน จากนั้นนางกสิตราเดินกลับห้องพัสดุ สักครู่นางกสิตราเดินกลับไปที่ห้องงานคลังพบจำเลยนั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ในมือถือเอกสาร 1 แผ่น นางกสิตราแกล้งทำทีไปหาฎีกาเพื่อดูว่ามีเอกสารวางที่โต๊ะคอมพิวเตอร์หรือไม่

เมื่อนางกสิตรากลับมาที่ห้องพัสดุผู้เสียหายก็เข้ามา นางกสิตราบอกว่าเอกสารดังกล่าวอยู่ในมือจำเลย ผู้เสียหายจึงเดินไปที่ห้องงานคลังและมีการพูดโต้เถียงกันเสียงดัง แม้โจทก์ไม่มีใครเห็นจำเลยนั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์พิมพ์อะไร มีเพียงผู้เสียหายและนางกสิตราเบิกความว่า จำเลยยอมรับว่าเป็นผู้พิมพ์เอกสารหมาย จ. 2 แต่ช่วงเวลาที่จำเลยนั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ในห้องงานคลังเป็นเวลานานพอสมควรจนกระทั่งผู้เสียหายมาพบจำเลยในมือถือเอกสารหมาย จ.2 และจากคำให้การในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยยอมรับว่าได้อ่านเอกสารหมาย จ.2 และพบข้อความที่พิมพ์ผิดจึงแก้ไขข้อความ ทั้งที่จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องกระทำการดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า

จำเลยเป็นผู้พิมพ์หนังสือร้องเรียนเอกสารหมาย จ.2 เมื่อพิจารณาเอกสารหมาย จ.2 เป็นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เรื่องอุทธรณ์คำสั่งบรรจุแต่งตั้งผู้ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าทำงาน ซึ่งแม้ข้อความโดยรวมเป็นการกล่าวหาผู้เสียหายซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านโตนดและเป็นผู้บริหารสูงสุดของเทศบาลตำบลบ้านโตนดว่า รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นพนักงานเทศบาลไม่โปร่งใส เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการใส่ความผู้เสียหายก็ตามแต่ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำต่อบุคคลที่สาม กลับได้ความเพียงว่า นางกสิตราไปพบเอกสารหมาย จ.2 ที่หน้าคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง โดยจำเลยมิได้นำออกมาแสดงต่อนางกสิตราเพื่อให้ทราบข้อความในเอกสารนั้น

ส่วนนายศรีพลเพียงแต่สงสัยว่าจำเลยจะพิมพ์เอกสารหมาย จ.2 เท่านั้น อีกทั้งจำเลยยังไม่ได้ส่งเอกสารดังกล่าวไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยทราบ การกระทำของจำเลยจึงยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่าพฤติการณ์ที่จำเลยไปพิมพ์เอกสารหมาย จ.2 ในห้องงานคลังซึ่งมีพนักงานอยู่ในห้องหลายคนแล้วยังมีพนักงานอื่นเข้าออกสามารถเห็นหรืออ่านเอกสารดังกล่าวได้ จึงเป็นการกระทำที่เล็งเห็นผลได้ว่ามีบุคคลที่สามได้รู้เห็น ถือว่าเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สามครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทและพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิรุฬห์ แสงเทียน · ธีระพงศ์ จิระภาค
Lower court
ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายสกุณ สวนปาน
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสมเกียรติ เต็งสุวรรณ์
Supreme Court black case no.
อ.1260/2555
Trial court black case no.
อ129/2552
Trial court red case no.
อ1128/2552
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

Supreme Court Judgment No. 5796/2567

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 137 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานอันเป็นบททั่วไป ส่วนความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่... ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชน…

Supreme Court Judgment No. 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

Supreme Court Judgment No. 3870/2562

โจทก์ทราบว่า จำเลยทั้งห้าร้องเรียนโจทก์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบกับได้ความจากคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า เคยเรียกโจทก์และจำเลยทั้งห้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยในปี 2557 เ…

Supreme Court Judgment No. 6794/2561

ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อันเป็นการกระทำโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 จึงเป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด คำฟ้องของโจทก์ในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 เป็นค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up