Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2165/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินกันวันที่ 13 มกราคม 2535 ส่วนประกาศของโจทก์เรื่องกำหนดอัตราดอกเบี้ยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2535 จึงไม่ใช่ประกาศที่ใช้บังคับในขณะทำสัญญากู้ยืมเงิน เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดที่ให้สิทธิโจทก์ในการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี แม้โจทก์จะเป็นธนาคารพาณิชย์มิได้ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 654 แต่การคิดดอกเบี้ยของโจทก์จะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของ พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ฯ มาตรา 14 ซึ่งกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด การที่โจทก์กำหนดอัตราดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงินโดยไม่ปรากฏว่ามีประกาศของโจทก์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงเป็นปฏิบัติฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปีในสัญญากู้ยืมเงินจึงตกเป็นโมฆะ เงินที่จำเลยได้ชำระมาและโจทก์นำไปหักดอกเบี้ยก่อนส่วนที่เหลือจึงเป็นต้นเงินตามรายการในการ์ดบัญชี เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยเพราะเหตุโมฆะแล้ว โจทก์จึงไม่อาจนำเงินที่จำเลยชำระแล้วไปหักดอกเบี้ยได้ จำนวนเงินที่จำเลยชำระมาจึงต้องนำไปหักต้นเงินอย่างเดียว และไม่เป็นการชำระดอกเบี้ยอันไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยไม่มีสิทธิเรียกคืน

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 150 ป.พ.พ. Section 194 ป.พ.พ. Section 329 ป.พ.พ. Section 406 ป.พ.พ. Section 654 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 Section 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 174,068.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 120,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์อื่นออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยให้การว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และดอกเบี้ยยังไม่ครบ 1 ปี โจทก์ไม่มีสิทธินำดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงินและคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย และไม่อาจเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย นับแต่จำเลยทำสัญญาจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเกินกว่าเงินที่จำเลยได้กู้ยืมจากโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้หนี้อีก ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 174,068.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 120,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 108 ตำบลบางมะฝ่อ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2535 จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ จำนวน 150,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ตามสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.3 โดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 108 ตำบลบางมะฝ่อ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์ในวงเงิน 150,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยตามสัญญากู้ยืมเงินหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์มีกฎหมายเฉพาะให้สิทธิโจทก์ในการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และประกาศของโจทก์ ตามคำสั่งที่ 47/2535 เอกสารหมาย จ.11

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินกันวันที่ 13 มกราคม 2535 ส่วนคำสั่งที่ 47/2535 เรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ส่วนลด และค่าธรรมเนียมในการอำนวยสินเชื่อตามสำเนาประกาศของโจทก์เอกสารหมาย จ.11 กำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2535 ดังนั้นประกาศของโจทก์เรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์อ้างอิงจึงไม่ใช่ประกาศที่ใช้บังคับในขณะทำสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.3 เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดที่ให้สิทธิโจทก์ในการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในขณะทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นการเฉพาะแม้โจทก์จะเป็นธนาคารพาณิชย์มิได้ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 แต่การคิดดอกเบี้ยของโจทก์จะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ.2505 มาตรา 14 ซึ่งกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด การที่โจทก์กำหนดอัตราดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงินโดยไม่ปรากฏว่ามีประกาศของโจทกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี ในสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.3 จึงตกเป็นโมฆะ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ปัญหาว่าจำเลยต้องรับผิดชำระหนี้คืนโจทก์เพียงใดหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายสุเทพ ตันศิริ ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์เบิกความประกอบการ์ดบัญชีเงินกู้เอกสารหมาย จ.8 ว่า หลังทำสัญญาจำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตรงตามสัญญาโดยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครั้งสุดท้ายวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 เป็นเงิน 16,113.87 บาท

แสดงว่ารายการช่องจำนวนเงินที่ชำระในการ์ดบัญชีดังกล่าวหมายถึงจำนวนเงินที่ผู้กู้หรือจำเลยได้ชำระมาแล้วโดยโจทก์จะนำไปชำระดอกเบี้ยก่อนแล้วส่วนที่เหลือจะนำไปหักจากต้นเงินที่ค้างชำระ เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตามสัญญาได้เพราะเหตุโมฆะ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยและไม่อาจนำเงินที่จำเลยชำระแก่โจทก์มาแล้วไปหักออกจากดอกเบี้ยที่โจทก์ไม่มีสิทธิคิดได้ จำนวนเงินที่จำเลยได้ชำระมาต้องถือว่าเป็นการชำระต้นเงินให้แก่โจทก์เพียงอย่างเดียว หาใช่เป็นการชำระดอกเบี้ยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่มีสิทธิเรียกคืนตามที่โจทก์อ้างมาฎีกาแต่ประการใดคำนวณจำนวนเงินที่ชำระตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 รวมเป็นเงิน 142,778.49 บาท จึงเหลือต้นเงินที่ค้างชำระตามสัญญาเป็นเงิน 7,221.51 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 7,221.51 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 23 มีนาคม 2543) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด ถ้าได้เงินไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

Matter details

Panel of judges
สุรพล เอกโยคยะ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2883/2546

โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์ ย่อมมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)ฯ การคิดดอกเบี้ยของโจทก์จึงไม่ตกอยู่ในบั…

Supreme Court Judgment No. 8749/2544

พ.ร.บ. การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 มาตรา 14 กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด การที่โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์กำหนดอัตราดอกเบ…

Supreme Court Judgment No. 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

Supreme Court Judgment No. 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

Supreme Court Judgment No. 6607/2560

ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลย โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ อ. ผู้ตายตามคำสั่งศาล จึงมีฐานะเป็นผู้แทนของทายาทตามกฎหมายในการจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตาย ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ที่จะกระทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up