Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 21697/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมีอำนาจทำการไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพต่อเมื่อคดีนั้นอยู่ในอำนาจของศาลนั้น และการไต่สวนและมีคำสั่งนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. กรณีไม่อาจนำ ป.วิ.อ. ใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 45 ได้ เพราะตามคำร้องผู้กระทำความผิดต่อผู้ตายเป็นพลทหารกองประจำการ ซึ่งต้องถูกฟ้องยังศาลทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 13 และมาตรา 16 (3) คดีของผู้กระทำความผิดดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือน แม้การไต่สวนและทำคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพของศาลชั้นต้นไม่ใช่การฟ้องคดีต่อผู้กระทำให้ตายดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในฎีกา แต่ก็เป็นวิธีการพิเศษที่บัญญัติให้ศาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 150 วรรคห้า และวรรคสิบเอ็ด ดังนี้ ศาลพลเรือนจะรับไต่สวนและทำคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพได้ก็เฉพาะแต่คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน มิใช่ว่าเมื่ออัยการจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารและต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือน แล้วอัยการจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ส่งสำนวนการสอบสวนให้ผู้ร้องเพื่อดำเนินการตาม ป.วิ.อ. ซึ่งผู้ร้องจะส่งสำนวนกลับคืนไปยังอัยการจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ไม่ได้ จะทำให้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนต้องไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพคดีนี้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 150 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม Section 25 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 Section 13 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 Section 16 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 Section 45

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า พลทหารกฤษดา ผู้ตาย เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/2555 ประจำกองพลาธิการ กองพลทหารม้าที่ 1 จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีพันตรีภิญโญ เป็นผู้บังคับบัญชาปกครองดูแล ต่อมาผู้ตายกับพวกอีก 3 คน ได้กระทำผิดวินัยฐานดื้อดึงขัดขืน หลีกเลี่ยง ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา พันตรีภิญโญจึงสั่งลงโทษผู้ตายกับพวก จำขังคนละ 3 วัน นับแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป และในวันดังกล่าวเวลาประมาณ 15 นาฬิกา ได้ส่งผู้ตายไปจำขังที่เรือนจำจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ โดยมีสิบเอกธนารักษ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สิบเวรประจำเรือนจำจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์เป็นผู้รับไว้ หลังจากนั้นผู้ต้องขังรุ่นพี่ คือ พลทหารเอกสิทธิ์

พลทหารธีรพัฒน์ พลทหารชาตรี พลทหารพิรุณ พลทหารเด่นพษ์ พลทหารพินิจ และสิบเอกชลตรีชา ร่วมกันรับน้องใหม่โดยสั่งลงโทษผู้ตายด้วยการดันพื้น ลุกนั่ง กระโดดกบ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้ตายโดยใช้เท้าเตะที่ลำตัวอย่างแรงหลายครั้ง ต่อมาเวลากลางวัน สิบโทเจษฎาพร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สิบเวรประจำเรือนจำจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ และพลทหารอานนท์ ผู้ช่วยสิบเวร ได้ร่วมกันฟื้นฟูวินัยโดยสั่งลงโทษผู้ตายด้วยการดันพื้น ลุกนั่ง กระโดดกบ วิ่ง แล้วยังร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้ตาย โดยใช้ของแข็งตีที่ลำตัวเป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายเนื่องจากระบบหายใจและหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เหตุเกิดที่ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์

จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากผู้ตายถึงแก่ความตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และมีการชันสูตรพลิกศพผู้ตายแล้ว ขอให้ทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้ทำร้ายเท่าที่ทราบได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะไต่สวนและมีคำสั่ง แต่อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลดังกล่าวจึงไม่รับคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจทำการไต่สวนและทำคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพคดีนี้หรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า ศาลชั้นต้นเป็นศาลแห่งท้องที่ที่ศพผู้ตายตั้งอยู่ จึงมีอำนาจไต่สวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคห้า หาใช่เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องคดีกล่าวหาว่า ผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดหรือต่อผู้กระทำให้ตาย แม้ผู้ตายจะเป็นทหารประจำการและอยู่ในระหว่างคุมขังในเรือนจำทหารบกก็ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 วรรคแรก ทั้งการไต่สวนและทำคำสั่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งสามารถนำมาใช้บังคับได้โดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

พ.ศ.2498 มาตรา 45 เนื่องจากวิธีพิจารณาความอาญาทหารไม่มีกฎหมาย กฎ และข้อบังคับในการไต่สวนชันสูตรพลิกศพไว้โดยเฉพาะ แม้ได้ความว่าผู้กระทำความผิดเป็นทหารประจำการซึ่งต้องถูกฟ้องต่อศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 13 และ 16 (3) ก็ตาม แต่การไต่สวนและทำคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหาใช่การฟ้องคดีต่อผู้กระทำให้ตายที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 บัญญัติว่า "อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการ และอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรม และระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น

ๆ" มาตรา 150 วรรคห้า บัญญัติว่า "เมื่อได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่า ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวน ถ้ามีความจำเป็น ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ " และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 บัญญัติว่า "ในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมีอำนาจเกี่ยวแก่คดีซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลนั้น

ดังต่อไปนี้ (1) ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดีทั้งปวง" จากบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า ศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมีอำนาจทำการไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพต่อเมื่อคดีนั้นอยู่ในอำนาจของศาลนั้น และการไต่สวนและมีคำสั่งนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งกรณีก็ไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไปใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 45 ได้ เพราะตามคำร้องผู้กระทำความผิดต่อผู้ตายเป็นพลทหารกองประจำการ ซึ่งต้องถูกฟ้องยังศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 13 และมาตรา 16 (3) คดีของผู้กระทำความผิดดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือน

ดังนี้ ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนจะทำการไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพแต่เฉพาะคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือนเท่านั้น แม้การไต่สวนและทำคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพของศาลชั้นต้นไม่ใช่การฟ้องคดีต่อผู้กระทำให้ตายดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในฎีกาก็ตาม แต่ก็เป็นวิธีการพิเศษที่บัญญัติให้ศาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคห้า และวรรคสิบเอ็ด ดังนี้ ศาลพลเรือนจะรับไต่สวนและทำคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพได้ก็เฉพาะแต่คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือนดังที่ได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วเท่านั้น มิใช่ว่าเมื่ออัยการจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารและต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือนแล้วอัยการจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ส่งสำนวนการสอบสวนให้ผู้ร้องเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งผู้ร้องจะส่งสำนวนกลับคืนไปยังอัยการจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ไม่ได้ จะทำให้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนต้องไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
โสฬส สุวรรณเนตร์ · เกษม เกษมปัญญา · ไมตรี สุเทพากุล
Lower court
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายอุดมพร วงศ์กา
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประพัฒน์ ไพทยาภรณ์
Supreme Court black case no.
อ.3902/2556
Trial court black case no.
ช1/2556
Trial court red case no.
ช1/2556
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3796/2541

ขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ระบุอาชีพของจำเลยไว้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นข้าราชการบำนาญ จำเลยทราบคำฟ้องแล้วมิได้คัดค้านโต้แย้งทั้ง ๆ ที่อยู่ในวิสัยของจำเลยอันพึงต้องกระทำ จึงถือได้ว่าจำเลยมิใช่บุคค…

Supreme Court Judgment No. 5318/2540

แม้จำเลยจะเพิ่งยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้างในชั้นฎีกาว่า ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยจะต้องฟ้องจำเลยต่อศาลทหาร แต่เมื่อปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎ…

Supreme Court Judgment No. 1334/2532

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่ง เป็นนายทหารเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีแพ่งต่อศาลพลเรือน การที่โจทก์นำคำเบิกความของจำเลยทั้งสองมาฟ้องคดีนี้ หาใช่คดีนี้เกี่ยวพันกับคดีแพ่งดังกล่าวไม่ แต่เป็นเพียงนำคำเบิกคว…

Supreme Court Judgment No. 2867/2525

การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 ถึง มาตรา 33นั้น หากมีความจำเป็นจะต้องใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใด ก็เป็นอำนาจของศาลที่พิจารณาคดีนั้นที่จะใช้…

Supreme Court Judgment No. 421/2521

พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 กำหนดเอาวันกระทำผิดเป็นข้อสำคัญว่า คดีใดจะให้ฟ้องต่อศาลทหารหรือศาลพลเรือน ถ้าจำเลยเป็นนายทหารสัญญาบัตร ได้กระทำผิดในขณะที่ยังเป็นนายทหารประจำการอยู่ ต้อง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up