Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2175/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กรรมการบริษัทซึ่งร่วมกันผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ และเครื่องสำอางปลอม เป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องสำอางที่บริษัทจำเลยผลิตขึ้น จึงไม่ควรรอการลงโทษจำคุกให้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางค์ชื่อ "กวนอิม ครีมลอกฝ้าโดยเฉพาะ" อันมีสารไฮโดรควินอน โมโนเบนซิน อีเทอร์ (โมโนเบนซิน) ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้เนื่องจากมีฤทธิ์ทำลายสารสร้างสีของผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณที่ทาสารนี้มีสีขาวขึ้น เมื่อใช้นาน ๆ ทำให้ผิวหนังด่างขาว มีอาการระคายเคือง และเกิดอาการบวม และครีมไข่มุก กวนอิมและครีมลอกฝ้ากวนอิม โดยแจ้งแหล่งผลิตที่มิใช่ความจริงทำให้ประชาชนผู้พบเห็นเข้าใจว่าผลิตจากไต้หวันและประเทศเยอรมัน ซึ่งความจริงผลิตในประเทศไทย มีลักษณะเป็นเครื่องสำอางปลอม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 29, 30, 31, 52 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ลงโทษฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีสารเป็นอันตรายปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2, 3 เดือน ฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีลักษณะปลอม ปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 เดือนริบของกลาง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอรอการลงโทษ โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้และร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางปลอมจำเลยที่ 2จะฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ได้ซื้อเครื่องสำอางตามฟ้องจากผู้ผลิตเพื่อนำมาจำหน่ายให้ประชาชนโดยสุจริตเช่นนี้ ย่อมฟังไม่ขึ้น และที่จำเลยที่ 2ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ได้ลาออกจากบริษัทจำเลยที่ 1 แล้วก็ดีและจำเลยที่ 2 มีภาระในเรื่องครอบครัวก็ดี เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวข้างต้นยังไม่เป็นเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 นอกจากนี้การกระทำของจำเลยที่ 2 นับว่าเป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องสำอางที่จำเลยผลิตขึ้น ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 52 ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯลฯ จำเลยที่ 2 กระทำผิดความจริงผลิตในประเทศไทย มีลักษณะเป็นเครื่องสำอางปลอม

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 29, 30, 31, 52 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ลงโทษฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีสารเป็นอันตราย ปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 เดือน ฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีลักษณะปลอม ปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 เดือน ริบของกลาง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอรอการลงโทษ โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การสารภาพตามฟ้องข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้และร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางปลอม จำเลยที่ 2 จะฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ได้ซื้อเครื่องสำอางตามฟ้องจากผู้ผลิตเพื่อนำมาจำหน่ายให้ประชาชนโดยสุจริตเช่นนี้ ย่อมฟังไม่ขึ้น และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้ลาออกจากบริษัทจำเลยที่ 1 แล้วก็ดีและจำเลยที่ 2 มีภาระในเรื่องครอบครัวก็ดี เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวข้างต้น ยังไม่เป็นเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 นอกจากนี้การกระทำของจำเลยที่ 2นับว่าเป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องสำอางที่จำเลยผลิตขึ้น ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง

พ.ศ. 2517 มาตรา 52ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯลฯจำเลยที่ 2 กระทำผิด 2 กระทง ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 เดือน นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 มากอยู่แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2515/2567

หลักเกณฑ์การรอการลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) ต้องพิจารณาโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำในคดีนั้น ๆ ว่าต้องคำพิพากษาให้จำคุกเกิน 6 เดือนหรือไม่ ซึ่งหมายถึงโทษจำคุกสุทธิก่อนบวกโทษที่รอการลงโทษในคด…

Supreme Court Judgment No. 1855/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และโจทก์บรรยายฟ้องในส่วนของการขอเพิ่มโทษว่า ก่อนคดีนี้ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 16 เดือน 15 วัน ตาม…

Supreme Court Judgment No. 888/2567

จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2) และ (5) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้รอการกำหนดโทษและคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ มีกำห…

Supreme Court Judgment No. 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

Supreme Court Judgment No. 4235/2567

จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเงื่อนไขเพื่อควบคุมความประพฤติของจำเลยไว้ เป็นกรณีที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติที่ศาลกำหนดตาม ป.อ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up