คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายสมพงษ์ ต่อมานายสมพงษ์ขายให้นายสวัสดิ์ แล้วนายสวัสดิ์ขายให้โจทก์ จำเลยที่ 1 อ้างต่อทางราชการว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 449 เป็นของตน แล้วลักลอบบริจาคให้ทางราชการกับหลอกขายให้บุคคลอื่น โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และชำระราคาแก่ผู้ขายโดยสุจริตถูกต้องตามระเบียบ การออกเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินพิพาทและนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องแย้ง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย และโจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้แล้ว คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์กับพวกถูกจำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2257 ตำบลตาเกา อำเภอน้ำยืน (กิ่งอำเภอน้ำขุ่น) จังหวัดอุบลราชธานี และพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามโจทก์กับพวกเข้าเกี่ยวข้อง ที่ดินพิพาทในคดีดังกล่าวและที่ดินพิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน
โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าวให้การต่อสู้โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกับข้ออ้างตามคำบรรยายฟ้องและคำให้การแก้ฟ้องแย้งของตนในคดีนี้ ต่อมาคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ปรากฏตามคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 192/2540 คดีหมายเลขแดงที่ 1494/2545 ของศาลชั้นต้น เอกสารหมาย จ.12 เห็นว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้กับคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยในคดีหลังมีประเด็นซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นของจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 แม้ว่าโจทก์จะได้ฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1494/2545 ของศาลชั้นต้นก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาชี้ขาดคดีแล้วกรณีก็ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายดังกล่าวเช่นกันศาลจึงไม่อาจหยิบยกพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบขึ้นวินิจฉัยได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว"
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ