Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2180/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับอีกคดีหนึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ได้ แม้ว่าโจทก์จะได้ฟ้องไว้ก่อนคดีนั้น แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาชี้ขาดคดีแล้วกรณีก็ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายดังกล่าวเช่นกัน ศาลจึงไม่อาจหยิบยกพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบขึ้นวินิจฉัยได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2257 เนื้อที่ 1 ไร่ ที่ดินแปลงดังกล่าวเดิมเป็นของนายสมพงษ์ ก่อนที่นายสมพงษ์จะแบ่งขายให้โจทก์ จำเลยทั้งสามได้มาขอปลูกบ้านพักอาศัยชั่วคราว โดยตกลงว่าหากนายสมพงษ์จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน จำเลยทั้งสามจะรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปทันที ต่อมาเดือนตุลาคม 2539 หลังจากนายสมพงษ์จดทะเบียนขายที่ดินให้โจทก์ โจทก์และนายสมพงษ์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดิน แต่จำเลยทั้งสามไม่ยินยอม ที่ดินพิพาทหากนำออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2257 ตำบลตาเกา กิ่งอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน ห้ามเกี่ยวข้องอีก กับให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยทั้งสามให้การและจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นมารดาจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นหลานจำเลยที่ 1 ที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่นายสมพงษ์เป็นเจ้าของ ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งในที่ดินแปลงใหญ่ของจำเลยที่ 1 เมื่อปี 2517 จำเลยที่ 1 กับนายสุคำ สามีจำเลยที่ 1 ได้ซื้อที่ดินมือเปล่าเนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ จากนายสัมฤทธิ์ แล้วจำเลยที่ 1 กับสามีเข้าครอบครองทำประโยชน์ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา ปี 2529 สามีจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ปี 2536 จำเลยที่ 1 บริจาคที่ดินเนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ แก่ทางราชการ คงเหลือที่ดินประมาณ 41 ไร่ ซึ่งมีที่ดินพิพาทรวมอยู่ด้วย ปี 2537 จำเลยที่ 1 ขายที่ดินอีกบางส่วนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ให้นายเส็ง และเนื้อที่ 1 ไร่ ให้นายบุญมี เดือนตุลาคม 2539 นายเส็งได้บุกรุกเข้าไปไถที่ดินพิพาทโดยอ้างหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 449 ซึ่งมีชื่อนายสมพงษ์เป็นเจ้าของ โจทก์ที่ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 449 แล้วแบ่งแยกออกมาเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2257 การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ทั้งสองฉบับดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ เป็นของจำเลยที่ 1 ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง กับให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2257 ตำบลตาเกา กิ่งอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายสมพงษ์ ต่อมานายสมพงษ์ขายให้นายสวัสดิ์ แล้วนายสวัสดิ์ขายให้โจทก์ จำเลยที่ 1 อ้างต่อทางราชการว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 449 เป็นของตน แล้วลักลอบบริจาคให้ทางราชการกับหลอกขายให้บุคคลอื่น โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และชำระราคาแก่ผู้ขายโดยสุจริตถูกต้องตามระเบียบ การออกเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินพิพาทและนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย และโจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้แล้ว คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์กับพวกถูกจำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2257 ตำบลตาเกา อำเภอน้ำยืน (กิ่งอำเภอน้ำขุ่น) จังหวัดอุบลราชธานี และพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามโจทก์กับพวกเข้าเกี่ยวข้อง ที่ดินพิพาทในคดีดังกล่าวและที่ดินพิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน

โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าวให้การต่อสู้โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกับข้ออ้างตามคำบรรยายฟ้องและคำให้การแก้ฟ้องแย้งของตนในคดีนี้ ต่อมาคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ปรากฏตามคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 192/2540 คดีหมายเลขแดงที่ 1494/2545 ของศาลชั้นต้น เอกสารหมาย จ.12 เห็นว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้กับคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยในคดีหลังมีประเด็นซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นของจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 แม้ว่าโจทก์จะได้ฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1494/2545 ของศาลชั้นต้นก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาชี้ขาดคดีแล้วกรณีก็ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายดังกล่าวเช่นกันศาลจึงไม่อาจหยิบยกพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบขึ้นวินิจฉัยได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อิศเรศ ชัยรัตน์ · สถิตย์ ทาวุฒิ · พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3574/2536

คู่ความยื่นคำขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ศาลมีคำสั่งโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามที่ขอ คู่ความย่อมมีสิทธิยื่นคำขอเช่นว่านั้นได้อีก เพร…

Supreme Court Judgment No. 7019/2567

ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้โจทก์ถูกจำเลยฟ้องขับไล่ออกจากอาคารโรงงานพิพาทและเรียกค่าเสียหาย อ้างว่าผิดสัญญาเช่า เพราะโจทก์ขยายกิจการเป็นอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องค…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 637/2567

คดีนี้กับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 502/2560 ของศาลชั้นต้น มีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกันว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4570 เนื้อที่ 138 ตารางวา ที่พิพาท และบ้านเลขที่ 5 ที่ป…

Supreme Court Judgment No. 372/2567

แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 ที่พิพาทจะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวมโฉนดเลขที่ 2996 โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจาก จ. มารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up