Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2196/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีก่อนซึ่งจำเลยฟ้องโจทก์นั้นศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าที่ดินของจำเลยตกอยู่ในที่ล้อม จำเลยมีสิทธิผ่านที่ดินของโจทก์ซึ่งล้อมอยู่ไปสู่คลองและทางสาธารณะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 แต่เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องแย้งในคดีนั้นเรียกค่าทดแทนความเสียหายจากการที่จำเลยจะใช้ที่ดินของโจทก์ ศาลจึงไม่พิพากษา ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้แก่โจทก์และว่าหากโจทก์ประสงค์จะได้ค่าทดแทนความเสียหายก็ชอบที่จะว่ากล่าวแก่จำเลยเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ ขอให้จำเลยใช้ค่าทดแทนที่โจทก์เปิดทางเดินให้ดังนี้ ในคดีก่อนมีประเด็นเพียงว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ส่วนคดีหลังมีประเด็นว่าจำเลยจะต้องให้ค่าทดแทนเพื่อการใช้ ทางผ่านนั้นแก่โจทก์หรือไม่ ประเด็นคนละอย่างกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่ เป็นฟ้องซ้ำ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2502 จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี กล่าวหาว่าโจทก์กั้นรั้วลวดหนามและทำคันดินปิดกั้นหน้าที่ดินจำเลย ทำให้จำเลยออกไปสู่ถนนสาธารณะและใช้น้ำในลำคลองสาธารณะไม่ได้ ขอให้โจทก์รื้อรั้วลวดหนามและคันดินออก คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ แต่ให้โจทก์รื้อลวดหนามและคันดินออกทั้งหมดโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ แต่ให้โจทก์รื้อรั้วลวดหนามเพียงเท่าความกว้างของสะพานที่จำเลยทำไว้ ส่วนคันดินนั้นจำเลยไม่มีสิทธิจะขอให้โจทก์รื้อออก คดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28/2518 ของศาลจังหวัดปทุมธานี การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์เปิดทางเดินเพื่อให้จำเลยใช้รถยนต์ข้ามสะพานที่จำเลยทำไว้สำหรับข้ามคลองไปสู่ถนนสาธารณะเป็นเหตุให้โจทก์ไม่อาจใช้ที่ดินตรงเชิงสะพานด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางวา โจทก์ขอค่าทดแทนเป็นเงินปีละ 1,200 บาท เนื่องจากสะพานดังกล่าวมิได้อยู่ริมสุดของที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่อาจใช้ที่ดินด้านทิศตะวันออกของที่ดินที่ศาลให้โจทก์เปิดเป็นทางเดิน

เนื้อที่ประมาณ 10 ตารางวา โจทก์ขอค่าเสียหายเป็นเงินปีละ 3,600 บาท ค่าทดแทนและค่าเสียหายนี้ โจทก์ขอให้จำเลยชำระแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คือวันที่ 12 พฤศจิกายน 2518 เป็นต้นไป ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าทดแทนที่โจทก์เปิดทางเดินให้จำเลยเป็นรายปี ปีละ 1,200 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจากการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ที่ดินที่ให้จำเลยผ่านเป็นเงินปีละ 3,600 บาทนับตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2518 เป็นต้นไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องรื้อรั้วลวดหนามและคันดินเป็นเงิน 6,745 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่ปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์และจำเลยมีคดีพิพาทกันเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวคดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์โดยวินิจฉัยว่าจำเลยและบริวารมีสิทธิจะใช้ที่ดินส่วนนี้ได้ตามกฎหมายและความจำเป็น

พิพากษาให้จำเลยและบริวารใช้ที่ดินส่วนที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ได้โดยไม่ต้องใช้ค่าทดแทนและค่าเสียหายแก่โจทก์ รายละเอียดแห่งคำพิพากษาปรากฏอยู่ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28/2518 ของศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าทดแทนปีละ 1,200 บาท เงินค่าเสียหายปีละ 3,600 บาท จากจำเลยคู่ความทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า ขอให้ศาลนำสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 8/2518 ของศาลจังหวัดปทุมธานีมาเป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดีนี้ โดยไม่ต้องสืบพยานกันต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ปีละ 1,200 บาทนับแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2518 เป็นต้นไป จนกว่าจะหมดความจำเป็นในการผ่านทางโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28/2518ของศาลจังหวัดปทุมธานีว่า

นางฟุ้ง เกตุจุมพล จำเลยในคดีนี้เคยเป็นโจทก์ฟ้องนางสมพงษ์ เบอร์พันธ์ โจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลย ขอให้นางสมพงษ์รื้อรั้วลวดหนามและคันดินที่นางสมพงษ์ทำกั้นทางเดินและทางน้ำออกไปให้พ้นหน้าที่ดินของนางฟุ้ง คดีดังกล่าวนี้เป็นยุติในชั้นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ดินนางฟุ้งตกอยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้นางฟุ้งย่อมมีสิทธิผ่านที่ดินของนางสมพงษ์ซึ่งล้อมอยู่ไปสู่คลองและทางสาธารณะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349เนื่องจากนางสมพงษ์มิได้ฟ้องแย้งเรียกร้องค่าทดแทนความเสียหายจากการที่นางฟุ้งจะใช้ที่ดินของนางสมพงษ์ จึงไม่ชอบที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้นางฟุ้งใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้แก่นางสมพงษ์

หากนางสมพงษ์ประสงค์จะได้ค่าทดแทนความเสียหาย ก็ชอบที่จะว่ากล่าวแก่นางฟุ้งเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้นางสมพงษ์รื้อรั้วลวดหนามเฉพาะส่วนที่นางสมพงษ์ทำปิดกั้นสะพานไม้ที่นางฟุ้งทำไว้ในปัจจุบัน โดยนางฟุ้งไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายกับค่าทดแทนในการใช้ทางผ่านที่ดินให้แก่นางสมพงษ์ นางสมพงษ์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28/2518 ของศาลจังหวัดปทุมธานีได้กล่าวไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนั้นไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายกับค่าทดแทนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ ทั้งคดีดังกล่าวเป็นอันยุติแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายและค่าทดแทนจากจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาดังกล่าวก็เพราะเหตุว่าจำเลยมิได้ฟ้องแย้งเรียกร้องค่าทดแทนความเสียหายมาด้วย แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 บังคับว่า ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ เพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้น จำเลยจึงต้องใช้ค่าทดแทนเป็นค่าใช้ทางให้แก่โจทก์ข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์และจำเลยในคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันกับคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28/2518 ของศาลจังหวัดปทุมธานีในคดีดังกล่าวโจทก์ก็มีสิทธิฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนได้อยู่แล้ว แต่หาได้ฟ้องแย้งไม่ ทั้งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วด้วย การที่โจทก์รื้อฟื้นมาร้องฟ้องอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันคือค่าเสียหายกับค่าทดแทน จึงเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีก่อนคือคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28/2518 ดังกล่าวมีประเด็นเพียงว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ส่วนคดีหลังนี้มีประเด็นว่าจำเลยจะต้องให้ค่าทดแทนเพื่อการใช้ทางผ่านนั้นแก่โจทก์หรือไม่ ประเด็นคนละอย่างต่างกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีมาชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1658/2517

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางภาระจำยอม ประเด็นที่พิพาทกันคือทางที่ฟ้องเป็นทางภาระจำยอมหรือไม่ ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอผ่านที่จำเลยในเส้นทางเดิมที่เคยใช้เพราะถือว่าเป็นทา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2548 (ref. 267490)

ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่ได้ทำงานทุกวันเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุดิบซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงที่โจทก์ไม่ได้ทำงานด้วย ต่อมาจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 5881/2548

โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภาระจำยอมและอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นเนื่องจากที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่สาธารณะ เป็นคำฟ้องให้ศาลเลือกวินิจฉัยจากพยานหลักฐานว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว…

Supreme Court Judgment No. 6460/2546

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอเรียกค่าชดเชยการใช้ทางจำเป็นจากโจทก์ในอัตราปีละ 20,000 บาท และขอเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุถูกฟ้องเป็นเงิน 30,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งเรื่องค่าเสียหายไม่…

Supreme Court Judgment No. 9248/2544

โจทก์ตั้งรูปคดีโดยบรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่และขอผ่านที่ดินของจำเลยที่ล้อมที่ดินของโจทก์เพื่อเป็นทางจำเป็นออกสู่ทางสาธารณะ มิได้บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของจำเลยตกอยู่ภายใต้ภาระจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up