คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357, 83 และขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 67,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ส่วนจำเลยที่ 1ให้การปฏิเสธซึ่งศาลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้องเป็นคดีใหม่แล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ยกคำขออื่นจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นภริยาของผู้เสียหายตามหลักฐานแนบมาท้ายอุทธรณ์ สมควรรอการลงโทษหรือยกเว้นโทษให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่ภริยาหรือสามีกระทำความผิดแล้วจะไม่ต้องรับโทษหรือได้รับยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 71 วรรคแรกนั้น ไม่มีข้อจำกัดว่าภริยาหรือสามีนั้นจะต้องกระทำความผิดตามลำพังคนเดียวแต่อย่างใด เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นภริยาของผู้เสียหายโดยมีหลักฐานภาพถ่ายใบสำคัญการสมรสมาแสดงซึ่งโจทก์ไม่โต้แย้งหรือคัดค้าน และจำเลยที่ 2ได้กระทำความผิดฐานรับของโจร ซึ่งจะเป็นการกระทำผิดตามลำพังคนเดียวหรือมีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิดด้วยก็ต้องถือว่ามีเหตุส่วนตัวให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับโทษหรือได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา 71 วรรคแรกแล้ว
ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 แต่จำเลยที่ 2 เป็นภริยาของผู้เสียหาย จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคแรกให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 2 ไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์