คำฟ้องและคำให้การ
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ม.จำเลยกับพวกได้ฉุดคร่า อ.ไป ต.จำเลยก็ตามไปด้วย ครั้นถึงที่พัก ต.จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเรา ฝ่าย ม.เปนแต่เพียงอยู่เปนเพื่อน ต.แลคุม อ.เมื่อเวลาพากันออกไปป่า ม.เคยต้องโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ศาลเดิมฟังว่า ต.มีผิดฐานข่มขืนให้จำคุก ๓ ปี ม.มีผิดฐานฉุดคร่าแลข่มขืนให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๓ กึ่งหนึ่งรวมโทษ ๒ ปี ๖ เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ม.เปนผู้สมรู้ ในการข่มขืนมีผิดตามมาตรา ๖๕-๒๔๓ กะทงหนึ่งแลฐานฉุดคร่าอีกกะทงหนึ่งรวมโทษ ๔ ปี ๔ เดือน แลเพิ่มตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ ส่วน ต.มีผิดตามมาตรา ๒๔๓ ให้จำคุก ๕ ปี ม.ผู้เดียวฎีกาเปนปัญหาข้อกฎหมายว่า (๑) ม.ควรมีผิดฐานฉุดคร่ากะทงเดียวเท่านั้น เพราะการที่ชายกระทำชำเราหญิงเปนกิจส่วนตัว (๒)ศาลควรยกบทที่หนักลงโทษ ม.แต่บทเดียว ฎีกาเห็นว่า (๑) ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ข้างต้น ม.อุปการะ ต.ในการกระทำชำเรา (๒) ม.กับพวกได้ฉุดคร่า อ.ไปตอนหนึ่งแล้ว ม.มาช่วยเหลือ ต.ในการข่มขืนอีกตอนหนึ่งมีผิดเปน ๒ กะทง ควรเรียงกะทงตามมาตรา ๗๑
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์