Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2222/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมิใช่สัญญากู้ยืมเงิน แต่เป็นสัญญาชนิดหนึ่งที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เบิกเงินเกินบัญชีมาแสดงจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ฉะนั้น แม้สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจะมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้หรือผู้ให้กู้ก็บังคับกันได้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยผู้กู้ตกลงที่จะชำระหนี้เป็นการหักทอนกันทางบัญชีกับโจทก์ผู้ให้กู้ และโจทก์ยอมให้จำเลยเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญาและแม้ภายหลังวันครบอายุสัญญาก็ยังมีการเดินสะพัดทางบัญชี และมีการตัดทอนบัญชีหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยหักกลบลบกันเรื่อยมาตามบัญชีกระแสรายวันซึ่งเป็นการปฏิบัติต่อกันตามประเพณีของธนาคารอันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ตามมาตรา 655 วรรคสอง เมื่อมีการเดินสะพัดทางบัญชีหลังจากสัญญาสิ้นสุด ก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญามีเจตนาทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาและโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไปได้จนกว่าจะมีการบอกเลิกสัญญาต่อกัน.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัด โดยเปิดบัญชีกระแสรายวันเลขที่ 4964 ไว้กับโจทก์ ต่อมาจำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกิดบัญชี เพื่อเบิกเงินเกินบัญชีในบัญชีกระแสรายวันดังกล่าว เป็นเงิน 500,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่สิ้นสุดของเดือนหากไม่ชำระยอมให้โจทก์ทบดอกเบี้ยที่ค้างชำระเข้ากับต้นเงินเป็นคราว ๆ ไปตามประเพณีการคิดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ กำหนดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 27 ตุลาคม 2527นับแต่จำเลยได้ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและ ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์แล้ว จำเลยได้เดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์เรื่อยมา โดยออกเช็คสั่งจ่ายเบิกเงินไปจากโจทก์ และนำเงินฝากเข้าบัญชีหลายครั้งครั้งใดยอดเงินในบัญชีกระแสรายวันของจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์

โจทก์ก็คิดดอกเบี้ยเอากับจำเลยตามสัญญาตลอดมา จนกระทั่งครบกำหนดชำระหนี้แล้ว จำเลยผิดนัดผิดสัญญาไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้และแจ้งบังคับจำนองไปยังจำเลย โดยให้เวลาพอสมควรแล้ว แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ยอดหนี้ค้างชำระเพียงวันที่ 26 ตุลาคม 2529 เป็นเงิน 719,416.07 บาท ขอให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์เป็นเงิน 719,416.07 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จจำเลยให้การว่า เอกสารท้ายฟ้องโจทก์หมายเลข 4 ไม่ใช่สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีตามกฎหมาย เป็นเพียงการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวของจำเลย ซึ่งใช้เป็นหลักฐานในการกู้เงินได้เท่านั้น

ดังนั้นโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้น โจทก์คิดดอกเบี้ยซ้ำซ้อนไม่ตรงตามความเป็นจริง กล่าวคือ คิดดอกเบี้ยทบต้นแล้วยังนำมาคำนวณเป็นดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง และอัตราดอกเบี้ยไม่ขึ้นลงตามประกาศของกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งระบุไว้ในแต่ละปีขอให้พิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 709,886.09 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 30 กันยายน 2529 จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2529ต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตราเดียวกันไม่ทบต้นในต้นเงินของวันที่10 ตุลาคม 2529 จนกว่าจำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า

จำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีตามเอกสารหมาย จ.4จากนั้นจำเลยได้เดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์เรื่อยมาตามบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.9 โดยจำเลยนำเงินเข้าบัญชีจะเขียนใบนำฝาก และหากถอนเงินจะเขียนเช็คสั่งจ่าย แล้วหักทอนบัญชีกันคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในข้อแรกว่า สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีตามเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งมีลายมือชื่อของจำเลยผู้กู้เพียงฝ่ายเดียว ใช้บังคับได้หรือไม่ และโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นจากจำเลยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด การทำสัญญาจึงต้องมีการแสดงเจตนาโดยโจทก์และจำเลยทั้งสองฝ่าย โดยโจทก์ต้องแสดงเจตนาตอบรับยินยอมให้กู้โดยลงลายมือชื่อในฐานะผู้ให้กู้ในสัญญาด้วยจึงจะมีผลสมบูรณ์

เห็นว่าสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมิใช่สัญญากู้ยืมเงิน แต่เป็นสัญญาชนิดหนึ่งที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เบิกเงินเกินบัญชีมาแสดงจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ฉะนั้นแม้สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจะมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้หรือผู้ให้กู้ก็บังคับกันได้ เมื่อปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4 ว่าจำเลยตกลงที่จะชำระหนี้เป็นการหักทอนกันทางบัญชีกับโจทก์ผู้ให้กู้และโจทก์ยอมให้จำเลยเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญาและแม้ภายหลังวันที่ 27 ตุลาคม 2527 ซึ่งเป็นวันครบอายุสัญญาตามเอกสารหมาย จ.4 ก็ยังมีการเดินสะพัดทางบัญชีและมีการตัดทอนบัญชีหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยหักกลบลบกันเรื่อยมา ตามบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย

จ.9 ซึ่งเป็นการปฏิบัติต่อกันตามประเพณีของธนาคารอันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคสอง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยฎีกาในข้อต่อมาว่า จะต้องหักทอนบัญชีกันในวันที่สัญญาสิ้นสุด และคิดดอกเบี้ยทบต้นอีกไม่ได้นั้น เห็นว่า เมื่อมีการเดินสะพัดทางบัญชีหลังจากสัญญาสิ้นสุด ก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญามีเจตนาทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา และคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไปได้จนกว่าจะมีการบอกเลิกสัญญาต่อกันโจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นหลังจากวันที่ครบกำหนดอายุสัญญาต่อไปจนถึงวันที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกันพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9223/2544

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีข้อ 2 กำหนดให้จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่สิ้นสุดของเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยก็มีข้อกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในข้อ 3 ให้โจทก์มีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเ…

Supreme Court Judgment No. 5887/2537

ตามข้อตกลงการฝากเงินบัญชีกระแสรายวันของธนาคารโจทก์ข้อ 10 ระบุว่า ในกรณีธนาคารได้ผ่อนผันจ่ายเงินไปก่อนด้วยเหตุใดก็ตาม ทั้งที่เงินฝากคงเหลือในบัญชีของข้าพเจ้ามีไม่พอจ่ายตามเช็คที่มาขอขึ้นเงิน ซึ่งตามปกต…

Supreme Court Judgment No. 5408/2537

แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่ามีการโอนบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยจากสาขาใดไปสาขาใดเพราะเหตุใด และใครเป็นผู้สั่งให้โอนแต่จำเลยให้การว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่า เหตุใดจึงมีการโอนบัญชีและใครเป็นผู้…

Supreme Court Judgment No. 2799/2534

เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันในลักษณะบัญชี เดินสะพัดและปฏิบัติการหักทอนบัญชีกันตลอดมา โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ จึง มีสิทธิคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี แต่ ไม่เกิน อัตรา สูงสุด ที่…

Supreme Court Judgment No. 2730/2534

สัญญาค้ำประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ลงชื่อไว้ระบุว่าค้ำประกันเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท และในบันทึก ต่ออายุสัญญาทั้งสองครั้งได้ระบุเท้าความถึงสัญญากู้เบิกเงิน เกินบัญชีที่จำเลยที่ 1…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up