Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2224/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บริษัทโจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจประเภทบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และยังมีวัตถุประสงค์จัดหาที่ดินมาจำหน่ายแก่ประชาชนโดยตรงตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่า มีกฎหมายบัญญัติบังคับห้ามมิให้โจทก์ซื้อหรือมีที่ดินหากซื้อที่ดินมากฎหมายบังคับให้โจทก์ต้องขายไปในเวลาอันสมควร ดังนั้น เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดในราคา3,500,000 บาท แล้วหลังจากนั้นเพียง 8 วัน โจทก์ขายไปในราคาถึง 7,000,000 บาท แสดงว่าการซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของโจทก์ โจทก์ทราบดีว่าเป็นการซื้อเพื่อขายต่อ และการซื้อเพื่อขายต่อหากไม่ใช่เพื่อทางค้าหรือหากำไร โจทก์ก็คงจะไม่ลงทุนซื้อด้วยเงินจำนวนมากเช่นนี้ แม้โจทก์จะอ้างว่าจำเป็นต้องเข้าสู้ราคาซื้อที่ดินที่โจทก์รับจำนองไว้จากลูกค้าเพื่อให้ราคาที่ดินที่ขายทอดตลาดได้ราคาสูงคุ้มต้นเงินและดอกเบี้ยและโจทก์ขายให้กับบริษัทในเครือของโจทก์ก็ตาม โจทก์ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการขายของโจทก์เป็นทางค้าหรือหากำไรเข้าลักษณะเป็นรายรับตามประเภทการค้า 11การค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรโจทก์จึงต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 3.5ของรายรับ.

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 77 ป.รัษฎากร Section 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้า เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นเงิน 421,383 บาท 34 สตางค์ อ้างว่าโจทก์แสดงรายรับจากการขายที่ดินไว้ไม่ถูกต้องโจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีมติให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ซึ่งเป็นการไม่ชอบเพราะโจทก์มิได้ประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว

จำเลยให้การว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 3 (4)การที่โจทก์ซื้อที่ดินมาเพียง 3,500,000 บาท แล้วขายไปในระยะเวลาห่างกันเล็กน้อยในราคา 7,000,000 บาทแสดงให้เห็นว่าโจทก์เล็งเห็นผลและมุ่งในการค้าหากำไร จำต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทโจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจประเภทบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และเนื่องจากลูกหนี้ของโจทก์ไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงได้ฟ้องบังคับจำนองและนำที่ดินออกขายทอดตลาด โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากการขายทอดตลาดของศาลได้ในราคา 3,500,000 บาทเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2521 ต่อมาวันที่ 29 เดือนเดียวกันโจทก์ได้ขายต่อให้กับบริษัทสหสินพัฒนาการ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโจทก์ ในราคา 7,000,000 บาท แล้ววินิจฉัยว่าตามคำฟ้องของโจทก์เองว่า มีกฎหมายบัญญัติบังคับห้ามมิให้โจทก์ซื้อหรือมีที่ดิน หากซื้อที่ดินมากฎหมายบังคับให้โจทก์ต้องขายไปในเวลาอันสมควร แสดงว่าการซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของโจทก์

โจทก์เองก็ทราบดีว่าเป็นการซื้อเพื่อขายต่อ และการซื้อเพื่อขายต่อหากไม่ใช่เพื่อทางค้าหรือหากำไร โจทก์ก็คงจะไม่ลงทุนซื้อด้วยเงินจำนวนมากเช่นนั้น ดังนั้นการขายที่ดินที่ซื้อจากการขายทอดตลาดในเวลาต่อมาของโจทก์จึงเชื่อได้ว่าเป็นทางค้าหรือหากำไร เข้าลักษณะเป็นรายรับตามประเภทการค้า 11การค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 3.5 ของรายรับ ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าโจทก์จำเป็นต้องเข้าสู้ราคาซื้อที่ดินที่โจทก์รับจำนองไว้จากลูกค้าในการขายทอดตลาดของศาลเสียเองก็เพราะจำต้องปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของโจทก์ เพื่อให้ราคาที่ดินที่ขายทอดตลาดได้ราคาสูงคุ้มต้นเงินและดอกเบี้ยนั้น

โจทก์อ้างว่าทำให้โจทก์ต้องสละสิทธิในการบังคับจากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ เหตุผลของโจทก์แสดงอยู่ในตัวเองว่าโจทก์สามารถบังคับเอาทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ได้แต่โจทก์กลับไม่ใช้สิทธินั้น โจทก์กลับเข้าประมูลสู้ราคาในการขายทอดตลาดของศาลเสียเอง โจทก์จึงหาชอบที่จะอ้างความจำเป็นแต่ประการใดไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าหลังจากซื้อที่ดินดังกล่าวแล้ว มีกฎหมายบังคับให้โจทก์ขายที่ดินภายใน3 ปี โจทก์จึงได้ขายให้กับบริษัทสหสินพัฒนาการ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทโจทก์นั่นเอง แม้ข้อเท็จจริงจะเป็นดังโจทก์ฎีกา แต่จากพฤติการณ์ที่โจทก์ซื้อที่ดินในราคา 3,500,000 บาท แล้วหลังจากนั้นเพียง 8 วันโจทก์ก็ขายไปในราคาถึง 7,000,000 บาท

โจทก์ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการขายของโจทก์เป็นทางค้าหรือหากำไร แมโจทก์จะขายให้กับบริษัทในเครือของโจทก์ก็ตาม นอกจากนี้การที่โจทก์กล่าวอ้างตลอดมาว่าบริษัทโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ค้าอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง ๆ ที่วัตถุประสงค์ของบริษัทโจทก์ข้อ 3 (4) ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เป็นเรื่องจัดหาที่ดินมาจำหน่ายแก่ประชาชนโดยตรง และอ้างว่าโจทก์ขายที่ดินเพียงครั้งเดียวเพื่อให้ตรงกับคำพิพากษาฎีกาที่3167/2524 ระหว่าง บริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัดโจทก์ กรมสรรพากรจำเลยซึ่งโจทก์ได้อ้างมาในฎีกา แต่คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวก็หาได้พิเคราะห์แต่เพียงวัตถุประสงค์ตามหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท และจำนวนครั้งที่ขายแต่เพียงประการเดียวไม่แต่ได้ดูพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปประกอบด้วย ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ตรงกับคดีนี้สรุปแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์จะเสียภาษีการค้ามาแล้วในอัตราร้อยละ 2.5 ของกำไรที่ได้รับแต่ก็ไม่ถูกต้องเพราะที่ถูกโจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ3.5 ของรายรับตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 11การค้าอสังหาริมทรัพย์

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1765/2549

ตามพฤติการณ์ที่โจทก์กับ อ. ตกลงร่วมกันซื้อที่ดินพิพาทจาก ส. เมื่อถึงวันโอนโจทก์ไม่ว่างจึงให้ อ. เป็นผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขายที่ดินเพียงผู้เดียว การจ่ายเงินค่าที่ดินโจทก์ร่วมจ่ายกับ อ. ตั้งแต่แรกคนละครึ่…

Supreme Court Judgment No. 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

Supreme Court Judgment No. 350/2540

การครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิใดๆที่มิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะนั้นผู้ครอบครองย่อมมีสิทธิครอบครองและยกขึ้นใช้ยันบุ…

Supreme Court Judgment No. 3775/2535

โจทก์ผลิตสินค้าแผ่นพลาสติกดูราฟลอร์ซึ่งเป็นแผ่นพี.วี.ซี.หรือแผ่นพลาสติกนิ่มเพื่อให้ผู้ใช้สินค้านำไปใช้ประโยชน์เป็นวัสดุสำหรับปูพื้นอาคารและปิดผนังอาคารโดยเฉพาะ หาได้มีความประสงค์จะให้ใช้เป็นสินค้าประเ…

Supreme Court Judgment No. 2755/2534

การที่ ป. กรรมการของโจทก์ลงลายมือชื่อในคำอุทธรณ์ที่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพียงคนเดียวโดยมิได้ประทับตราบริษัทโจทก์ เป็นการกระทำภายในขอบวัตถุประสงค์ของโจทก์ โจทก์ก็ได้ยอมรับเอาผลของการกระทำน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up