Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2228/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นพนักงานเทศบาลตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เช่น การสอบบรรจุ แต่ง ตั้ง เลื่อนชั้นครูและนักการภารโรงของโรงเรียนในสังกัดเทศบาล มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญาดัง บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 44 เมื่อนายกเทศมนตรีแต่ง ตั้งจำเลยเป็นกรรมการและเลขานุการดำเนินการคัดเลือกนักการภารโรงเป็นการแต่ง ตั้งจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้ว ให้ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่วางไว้อีกชั้นหนึ่ง หาได้หมายความว่าก่อนหน้านั้นจำเลยไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานไม่ เมื่อจำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหายเพื่อจะได้ใช้อำนาจหน้าที่ช่วย ให้ผู้เสียหายได้รับบรรจุเข้าทำงานตำแหน่งนักการภารโรงจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกและรับทรัพย์สินโดยไม่ชอบตามมาตรา 149 แห่ง ป.อ. มิใช่ความผิดอันยอมความได้ แม้ไม่มีคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการก็มีอำนาจฟ้องคดีได้.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 149 ป.วิ.อ. Section 120 ป.วิ.อ. Section 121 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 Section 44 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2486 Section 44

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ตำแหน่งนักบริหารการศึกษา 5 (หัวหน้าฝ่ายการศึกษา) จำเลยได้พูดจูงใจให้ผู้เสียหายที่ 1 กับผู้เสียหายที่ 2 มอบเงินให้แก่จำเลยคนละ30,000 บาท โดยไม่ชอบ เพื่อจำเลยจะได้ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานดังกล่าวกระทำการช่วยเหลือให้ผู้เสียหายที่ 1 กับบุตรของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบรรจุเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งนักการภารโรง โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่และโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา5, 13ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"เชื่อได้ว่าจำเลยได้เรียกและรับเงินจากผุ้เสียหายคนละ 30,000 บาทจริง คดีนี้จำเลยเบิกความว่าการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักการภารโรงครั้งนี้ก็เพื่อบรรจุแทนนายโอภาสที่ลาออกไป ได้ความตามคำนางมยุรี ยงเจริญ ครูใหญ่โรงเรียนเทศบาลวัดศรีบุญเรือง พยานจำเลยว่า นายโอภาสลาออกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2525 การที่จำเลยให้นายโอภาสไปติดต่อหาคนมาสมัครเป็นนักการภารโรงแทน กับเรียกและรับเงินจากผู้เสียหายทั้งสองก่อนที่นายโอภาสจะลาออกจากงานแสดงว่าจำเลยกับนายโอภาสรู้เห็นและสมคบกันที่จะหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหายทั้งสองมาแต่แรก ตามที่โจทก์นำสืบก็ได้ความว่า ในการรับเงินจากผู้เสียหายครั้งหลังที่ร้านอาหารภิรมย์ จำเลยก็ได้มอบเงินให้แก่นายโอภาสเป็นค่าวิ่งเต้นและค่าที่ได้ลาออกจากตำแหน่งนักการภารโรงไปเป็นเงิน10,000 บาท

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเรียกและรับทรัพย์สินสำหรับตนเองและผู้อื่นโดยไม่ชอบและเห็นว่าจำเลยเป็นพนักงานเทศบาลย่อมมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญาดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 44 ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการศึกษาที่จำเลยดำรงอยู่นั้นมีหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เช่น การสอบบรรจุแต่งตั้งโยกย้าย เลื่อนชั้นครูและนักการภารโรง ของโรงเรียนในสังกัดเทศลาลเมืองกาฬสินธุ์ด้วย การรับสมัครคัดเลือกตำแหน่งนักการภารโรงครั้งนี้จำเลยก็รับว่าจำเลยเป็นผู้เสนอให้มีการคัดเลือกขึ้น จึงเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่ของจำเลย การที่นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์มีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นกรรมการและเลขานุการดำเนินการคัดเลือกนักการภารโรง เป็นการแต่งตั้งจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้วให้ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่วางไว้อีกชั้นหนึ่ง

หาได้หมายความว่าก่อนหน้าจำเลยไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2496 ที่จำเลยอ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ จำเลยต้องมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกและรับทรัพย์สินโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งตามที่โจทก์ฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายทั้งสองให้เงินจำเลยโดยผิดกฎหมาย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้นั้น เห็นว่า คดีนี้ไม่ใช่กรณีความผิดอันยอมความได้ แม้ไม่มีคำร้องทุกข์พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยกระทำความผิดและพิพากษาลงโทษจำเลยมาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

Supreme Court Judgment No. 1847/2563

การร้องทุกข์มิใช่เป็นการทำนิติกรรม โจทก์ร่วมที่ 1 จึงกระทำเองได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพรากโจทก์ร่วมที่ 1 ไปเพื่อการอนาจาร จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรค…

Supreme Court Judgment No. 5119/2561

โจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ความประสงค์หรือเจตนาย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 แม้โจทก์ร่วมจะทำหนังสือมอบอำนาจให้ ร. ผู้รับมอบอำนาจไปร้องทุกข์ ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 4560/2558

แม้ในเบื้องต้นโจทก์ร่วมที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่หลังจากนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ…

Supreme Court Judgment No. 12387/2557

แม้จำเลยที่ 1 สั่งให้รื้อถอนบ้านของโจทก์ร่วมด้วยความระมัดระวัง ไม่เป็นเหตุให้วัสดุที่รื้อถอนเสียหาย ทั้งนำไปเก็บรักษาไว้อย่างดีเพื่อให้โจทก์ร่วมนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up