คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยบังอาจขีดแก้ใบเสร็จเงินศึกษาพลี พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็น ๒๔๖๘ แล้วนำแสดงต่อเจ้าพนักงานผู้ตรวจว่า จำเลยได้เสียแล้วดังนี้ ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินต้องกันว่า จำเลยมีผิดตาม ม.๒๒๔ ให้จำคุก ๑ ปี แต่ให้ลดโทษตาม ม.๕๙ ลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษ ๖ เดือน แลให้รอการลงอาญาไว้ตาม ม.๔๑ - ๔๒
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า จำเลยต้องมีผิดตาม ม.๒๒๕ แล ๑๑๘ กับขอให้เรียงกะทงลงโทษจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า ใบเสร็จเงินศึกษาพลีเป็นหนังสือสำคัญในราชการตามฎีกาที่ ๔๓๑/๗๒ คดีนี้จำเลยต้องมีผิดตาม ม.๒๒๕ ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จนั้นเห็นว่า จำเลยแสดงใบเสร็จปลอมต่อเจ้าพนักงานว่าได้เสียเงินศึกษาพลีแล้วเท่านั้น ยังไม่มีผิดตาม ม.๑๑๘ จึงตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ตาม ม.๒๒๕ แต่ปราณีลดโทษไว้กึ่งหนึ่งตาม ม.๕๙ คงให้จำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน