Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2263/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาที่จำเลยค้างชำระ มูลหนี้ที่ฟ้องในคดีก่อนกับคดีนี้เป็นมูลหนี้ต่างรายกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อนฟ้องซ้อนเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 142 ป.วิ.พ. Section 148 ป.วิ.พ. Section 173 ป.วิ.พ. Section 246 ป.วิ.พ. Section 247 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนหรือฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ได้ความว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางในคดีหมายเลขดำที่ 4612/2529 หมายเลขแดงที่ 5512/2529 จำเลยเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย มีคำขอให้จ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีเมื่อวันที่ 7พฤศจิกายน 2529 โดยพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ตามฟ้อง และยกฟ้องแย้งซึ่งจำเลยฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์กระทำละเมิดต่อจำเลยเสียด้วย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์จึงฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2530 ขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาที่ค้างชำระแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 1พฤศจิกายน 2527 ถึงวันที่ 3 กันยายน 2529 ศาลแรงงานกลางได้ทำการพิจารณาเสร็จสำนวนแล้วและยังอยู่ในระหว่างนัดฟังคำพิพากษาจึงปรากฏตามคำแถลงการณ์ปิดคดีของโจทก์ว่าคดีก่อนนั้นศาลฎีกาได้พิพากษาแล้ว และได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30มีนาคม 2530 ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 613/2530 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ตามสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ

โจทก์ฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาที่จำเลยค้างชำระซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ที่บัญญัติว่า 'ค่าล่วงเวลา หมายความว่าเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ' และตามข้อ 11 บัญญัติว่า 'ในกรณีที่งานมีลักษณะต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งานหรือเป็นงานฉุกเฉินโดยจะหยุดเสียมิได้ นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานเกินเวลาทำงานปกติตามข้อ 3 (1) และ (4) หรือในวันหยุดเท่าที่จำเป็นก็ได้ฯลฯ' ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาจากจำเลยผู้เป็นนายจ้างได้ ในเมื่อโจทก์ผู้เป็นลูกจ้างได้ทำงานนอกเวลาปกติแล้ว แต่จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้หรือจ่ายให้ไม่ครบถ้วน

แม้จำเลยยังมิได้เลิกจ้างโจทก์แต่คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้จ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า อันเป็นผลจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นการใช้สิทธิฟ้องในมูลหนี้ต่างรายกับมูลหนี้ในคดีก่อน อีกทั้งการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ในขณะที่ศาลฎีกายังมิได้พิพากษาคดีก่อน คดีก่อนจึงยังไม่ถึงที่สุด จึงหาใช่เป็นฟ้องซ้ำดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไม่เพราะกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น เนื่องจากศาลแรงงานกลางได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ด้วยว่าคดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีก่อนหรือไม่ ซึ่งปัญหาข้อนี้แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นอ้างในชั้นนี้แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวเพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาอันจะเป็นปัญหาวินิจฉัยต่อไป

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาคดีนี้เป็นการฟ้องเรียกร้องในมูลหนี้ต่างรายกับคดีก่อน หาได้มีมูลมาจากการเลิกจ้างในคดีก่อนด้วยไม่ แต่เป็นมูลหนี้ที่แยกออกได้เป็นคนละส่วนต่างหากจากกัน ถึงแม้โจทก์ได้ฟ้องคดีนี้ในขณะที่คดีก่อนอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาก็ตาม กรณีดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันต่อศาลเดิมจึงมิใช่เป็นฟ้องซ้อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ โดยยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทที่ศาลแรงงานกลางได้กำหนดไว้แล้วว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามฟ้องหรือไม่และคดีขาดอายุความหรือไม่นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาและเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวข้างต้นต่อไป

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี'.

Matter details

Panel of judges
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1702/2559

เดิม ห. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ห. โดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำให้การและฟ้องแย้งให้ขับไล่ ห. ออกจากที่พิพาท ศาล…

Supreme Court Judgment No. 8440/2558

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในคดีนี้กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ จ. กับพวกตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นเป็นทรัพย์รายเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องให้ จ.…

Supreme Court Judgment No. 9174/2558

คดีแพ่งทั้งสองคดีในคดีก่อน จำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ให้ร่วมกันโอนที่ดินรวม 8 แปลง แก่จำเลยที่ 1 โดยโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่…

Supreme Court Judgment No. 13888/2558

คดีก่อนและคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันคือเรื่องที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานหลังจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบกำหนดแล้ว โดยอ้างว่าโจทก์มีความประพฤติ ความรู้และความสามารถไม…

Supreme Court Judgment No. 7631/2552

สามีจำเลยกู้เงินโจทก์ จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ถือว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีจำเลยและจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (4) โจทก์ในฐาน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up