คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นายชั้น เรืองประดิษฐ์ ได้ขายที่ดิน 1 แปลงให้แก่โจทก์ โจทก์จึงได้ครอบครองที่ดินแปลงนี้ตลอดมา เมื่อทางราชการออก น.ส. 3 ในชื่อของนายชั้นนายชั้นจึงได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ไว้ โจทก์ชำระราคาที่ดินให้นายชั้นครบถ้วนแล้ว โจทก์เร่งรัดให้นายชั้นไปจัดการใส่ชื่อโจทก์ใน น.ส. 3 แต่นายชั้นผัดผ่อนเรื่อยมาจนกระทั่งถึงแก่ความตาย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตาม น.ส. 3 เลขที่ 113ตำบลเขาใหญ่ (นายาง) อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทผู้รับมรดกของนายชั้นไปถอนชื่อนายชั้นออกจาก น.ส. 3 และจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จำเลยให้การว่า
โจทก์ซื้อที่ดินแปลง น.ส. 3 เลขที่ 251 จากนายชั้น ในราคา 8,100 บาท โจทก์ยังค้างชำระราคาอยู่อีก 4,600 บาท การซื้อขายไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและการซื้อขายดังกล่าวเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย นายชั้นเพียงแต่มอบที่ดินให้โจทก์ครอบครองแทนเท่านั้น โจทก์จึงยังไม่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทดังปรากฏตามแผนที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2507 นายชั้นเรื่องประดิษฐ์ ได้ทำสัญญาขายที่ดินหมายเลขที่ 113 ตำบลนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย
เอกสารหมาย จ.1 ในราคา 8,100 บาท โจทก์ได้ชำระราคาแก่นายชั้นเป็นงวด งวดแรกจำนวน 2,000 บาท งวดสองจำนวน1,500 บาท ปรากฏตามข้อตกลงข้อ 4 และบันทึกท้ายข้อ 5 ในเอกสารดังกล่าว และโจทก์ได้ครอบครองทำกินในที่ดินมาตลอด ประมาณ พ.ศ. 2516 นายชั้นถึงแก่ความตายจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรนายชั้นไม่ยอมจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้คดีมีปัญหาว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแล้วหรือไม่ และจำเลยทั้งสองจะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์หรือไม่ เห็นว่าโจทก์อ้างว่าโจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทและชำระราคาให้นายชั้นผู้ขายครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่า สัญญาระหว่างนายชั้นกับโจทก์เป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์ยังชำระราคาไม่หมด และโจทก์เพียงแต่ครอบครองที่ดินแทนนายชั้นเท่านั้น
โจทก์จึงต้องมีภาระการพิสูจน์ตามข้ออ้างให้ศาลเพื่อได้ตามนั้น ได้ความจากโจทก์ว่าโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเงป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญจากนายชั้นโดยชำระราคาที่ดินในวันทำสัญญา 2,000 บาท อีก 5 - 6 เดือน ชำระอีก1,500 บาท ทำสัญญาแล้วประมาณ 5 ปีจึงชำระราคาที่ดินที่เหลืออีก 4,600 บาทให้นายชั้นที่บ้าน และเตือนให้นายชั้นโอนที่ดิน แต่นายชั้นไม่โอนให้ เห็นว่าสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 4 มีข้อความว่า "ตามราคาเงินผู้ซื้อได้ตกลงชำระให้กับผู้ขาย2,000 บาทถ้วน เหลือค้างอยู่อีก 6,000 บาท ผู้ซื้อยอมชำระให้กับผู้ขายเมื่อทำการโอนกันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว" และบันทึกท้ายข้อ 5 ว่า "วันที่ 29 ตุลาคม 2507 ให้ไว้อีก1,500 บาท" ตามข้อความในสัญญาและทางปฏิบัติของนายชั้นกับโจทก์ดังกล่าวเห็นว่าสัญญาระหว่างนายชั้นกับโจทก์เป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทโดยให้โจทก์ผ่อนชำระราคา
เมื่อโจทก์ชำระราคาเสร็จสิ้น นายชั้นจึงจะโอนที่ดินให้ แล้วฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้ชำระราคาที่ดินที่เหลือจำนวน 4,600 บาท ให้นายชั้น แม้โจทก์จะปลูกบ้านอยู่อาศัย ครอบครองทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่ในที่ดินพิพาทมานานเพียงไรก็ยังไม่ได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้น เพราะการครอบครองของโจทก์เป็นการครอบครองแทนนายชั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นทายาทนายชั้นให้จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแก่โจทก์พิพากษายืน