คำฟ้องและคำให้การ
ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ ๑ หลวงนาวาสวัสดิ์การ และขุนประดิษฐเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ซึ่งพระยาอมรวิลัยสรเดชเป็นเจ้าหนี้ พระยาอมรฯ ได้โอนหนี้รายนี้ให้โจทก์โดยมิได้แจ้งให้จำเลยที่ ๑ และหลวงนาวาฯทราบ
โจทก์ฟ้องผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ศาลฎีกายกฟ้องโจทก์ฉะเพาะจำเลยที่ ๑ และหลวงนาวาฯกล่าวว่าการโอนหนี้ยังไม่สมบูรณ์ ต่อมาพระยาอมรฯ มีหนังสือแจ้ง การโอนหนี้ไปยังจำเลยทั้ง ๒ สมบูรณ์ตามกฎหมาย และขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้ง ๒ ชำระหนี้รายนี้ จำเลยต่อสู้ว่าคดีของโจทก์เสร็จเด็ดขาดตาม ม. ๓ แห่ง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาความแพ่ง คดีเป็นอันระงับไปแล้วหรือมิฉะนั้น โจทก์และพระยาอมรฯ ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้ผู้กู้โดยจำเลยมิได้ตกลงด้วยตาม ม. ๗๐๐ แห่งประมวลแพ่ง ฯ จำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่าง ทั้ง ๒ ว่า ที่ศาลพิจารณาให้คดีก่อนว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดเพราะสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ยังสมบูรณ์ เมื่อโจทก์ปฏิบัติการโอนโดยแจ้งเป็นลายลักษณอักษร ให้จำเลยทราบแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องอีกได้ และการโอนหนี้ให้ผู้อื่นไม่ใช่เป็นการผ่อนเวลาชำระหนี้ ให้แก่ลูกหนี้ ให้จำเลยใช้เงิน