Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 230/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2479 มาตรา 45กำหนดว่าถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตามเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน จึงเห็นได้ว่าความในมาตรา 45 มิได้หมายความถึง มีเงินค่าภาษีค้างชำระตามมาตรา 42 เพราะหากหมายความถึงมีเงินค่าภาษีค้างชำระก็คงไม่ต้องบัญญัติว่า "และยังมิได้ชำระ"ซ้ำลงไปเพียงแต่บัญญัติว่า ถ้าค่าภาษีค้างอยู่ก็ได้ความเพียงพอแล้วเพราะค้างอยู่ก็ย่อมหมายความถึงยังมิได้ชำระนั่นเองแต่การที่มาตรา 45 บัญญัติเช่นนี้ย่อมหมายความว่า หากเจ้าของคนเก่านั้นยังมีหนี้ค่าภาษีอยู่ขณะเมื่อมีการโอนทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าของคนใหม่ เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีร่วมกัน คดีนี้

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 Section 38 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 Section 42 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 Section 45

คำฟ้องและคำให้การ

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2479 มาตรา 45กำหนดว่าถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตามเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน จึงเห็นได้ว่าความในมาตรา 45 มิได้หมายความถึง มีเงินค่าภาษีค้างชำระตามมาตรา 42 เพราะหากหมายความถึงมีเงินค่าภาษีค้างชำระก็คงไม่ต้องบัญญัติว่า "และยังมิได้ชำระ"ซ้ำลงไปเพียงแต่บัญญัติว่า ถ้าค่าภาษีค้างอยู่ก็ได้ความเพียงพอแล้วเพราะค้างอยู่ก็ย่อมหมายความถึงยังมิได้ชำระนั่นเองแต่การที่มาตรา 45 บัญญัติเช่นนี้ย่อมหมายความว่า หากเจ้าของคนเก่านั้นยังมีหนี้ค่าภาษีอยู่ขณะเมื่อมีการโอนทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าของคนใหม่

เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีร่วมกัน คดีนี้จำเลยที่ 1 มีหนี้ค่าภาษีอยู่ตั้งแต่เมื่อได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว มิใช่เพิ่งมีหนี้เกิดขึ้นเมื่อระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 38ล่วงพ้นไปแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นเมื่อยังมิได้มีการชำระหนี้ค่าภาษีในขณะที่โอนกรรมสิทธิ์โรงเรือนและที่ดินไปยังจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ในหนี้ค่าภาษีดังกล่าวรวมทั้งเงินเพิ่มด้วยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 514,387.51 บาท ภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน ค่าภาษีดังกล่าวจึงเป็นค่าภาษีค้างชำระ จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ.2475 มาตรา 43ซึ่งปรากฏว่า จำเลยที่ 1 มิได้นำเงินค่าภาษีมาชำระจนเกิน3 เดือน นับแต่วันพ้นกำหนดจึงต้องชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสิบแห่งค่าภาษีค้าง รวมเป็นเงินค่าภาษีและเงินเพิ่มจำนวน 565,826.26 บาท จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์โรงเรือนและที่ดินดังกล่าวซึ่งค้างชำระค่าภาษีพร้อมเงินเพิ่มในขณะที่มีการโอนกรรมสิทธิ์จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดในมูลหนี้ค่าภาษีค้างและเงินเพิ่มตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 565,826.26 บาทแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจากจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าของใหม่ร่วมกับจำเลยที่ 1ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน565,826.26 บาท แก่โจทก์

สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ผู้รับโอนโรงเรือนและที่ดินซึ่งมีหนี้ค่าภาษีค้างอยู่จะต้องร่วมรับผิดกับเจ้าของคนเก่าในหนี้ค่าภาษีค้างตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 หรือไม่ปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของอาคารเลขที่ 595 ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินของบริษัทพิเนตรอินเทอไพร์สจำกัด ใช้ประกอบการค้าประเภทโรงภาพยนตร์ จำเลยที่ 1ในฐานะเป็นเจ้าของทรัพย์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2524 ถึง 2531 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2531พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้แจ้งการประเมินเรียกเก็บให้จำเลยที่ 1 รับทราบเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2531 ให้จำเลยที่ 1ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินภายใน 90 วัน

นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน คือต้องชำระภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2531ระหว่างนั้นเอง บริษัทพิเนตรอินเทอไพร์ส จำกัด ซึ่งได้รับโอนโรงเรือนดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 ได้โอนขายโรงเรือนและที่ดินอันเป็นทรัพย์ประเมินให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2531ปรากฏตามหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 1ค่าภาษีที่จำเลยที่ 1 เจ้าของคนเก่ายังมิได้ชำระ จำเลยที่ 2เจ้าของคนใหม่ผู้รับโอนจะต้องร่วมรับผิดด้วยตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ประเมินเรียกเก็บหรือไม่นั้นตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45บัญญัติว่า ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด

ๆ ก็ตามท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกันปัญหานี้ศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าจำเลยที่ 2 ผู้รับโอนมิต้องร่วมรับผิดก็โดยแปลกฎหมายว่า ค่าภาษีค้างตามมาตรา 45 นั้นหมายถึงเงินค่าภาษีค้างชำระตามมาตรา 42 ซึ่งจะเป็นเงินค่าภาษีชำระได้ก็ต่อเมื่อระยะเวลา 90 วัน ที่กำหนดไว้ให้จำเลยที่ 1ผู้รับประเมินชำระตามมาตรา 38 ก่อนแก้ไขนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้วอีกนัยหนึ่งก็คือหากมีการโอนทรัพย์สินไปภายในระยะเวลาตามมาตรา 38 ก่อนแก้ไขแม้จะมีหนี้ค่าภาษีอยู่ก็จะถือว่าเป็นภาษีค้างตามมาตรา 45 มิได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ความในมาตรา 45 มิได้หมายความถึงมีเงินค่าภาษีค้างชำระตามมาตรา 42 เพราะหากหมายความถึงมีเงินค่าภาษีค้างชำระก็คงไม่ต้องบัญญัติคำว่า"และยังมิได้ชำระ" ซ้ำลงไป บัญญัติเพียงว่าถ้าค่าภาษีค้างอยู่ก็ได้ความเพียงพอแล้ว เพราะค้างอยู่ก็ย่อมหมายความถึงยังมิได้ชำระนั่นเอง แต่การที่มาตรา 45 บัญญัติเช่นนี้ย่อมหมายความว่า หากเจ้าของคนเก่านั้นยังมีหนี้ค่าภาษีอยู่ ขณะเมื่อมีการโอนทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าของคนใหม่ เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน ข้อเท็จจริงคดีนี้จำเลยที่ 1 มีหนี้ค่าภาษีอยู่ตั้งแต่เมื่อได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว มิใช่เพิ่งมีหนี้เกิดขึ้นเมื่อระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 38 ล่วงพ้นไปแต่อย่างใดเพราะฉะนั้นเมื่อยังมิได้มีการชำระหนี้ค่าภาษีในขณะที่โอนกรรมสิทธิ์โรงเรือนและที่ดินไปยังจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในหนี้ค่าภาษีดังกล่าวรวมทั้งเงินเพิ่มดังโจทก์ฟ้องคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 565,826.26 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ วงศ์ยืน · สันติ ทักราล · สุชาติ ถาวรวงษ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 37/2549

จำเลยได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเก็บภาษีสำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนำค่าภาษีไปชำระภายใน 90 วัน นับแต่ว…

Supreme Court Judgment No. 5577/2548

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นเจ้าของคนใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม ท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็น…

Supreme Court Judgment No. 1996/2538

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 55บัญญัติให้เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีค้างร่วมกัน เมื่อหนี้ค่าภาษีค้างเป็นหนี้ที่มีอยู่ก่อนจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของคนใหม่รับโอนกรรมสิทธิ์ใ…

Supreme Court Judgment No. 11028/2558

ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่…

Supreme Court Judgment No. 8699/2553

โจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินโดยมิได้ใช้อำนาจ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ซึ่งค้างชำระค่าภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง และพ.ร.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up