Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2305/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ตามโฉนดที่ดินจะมีชื่อโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม แต่เมื่อโจทก์จำเลยต่างแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดแล้ว ก็ชอบที่จะแบ่งที่ดินบริเวณที่โจทก์ครอบครองนั้นให้แก่โจทก์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์เนื้อที่ ๒ งาน ๗ ตารางวา ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๐๗ ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติ ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องนางอุไร ตัณยกุล ตกลงขายให้จำเลยก่อน จำเลยได้ครอบครองตลอดมาเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์นำดินเข้าไปถมในบริเวณที่ดินตามแผนที่พิพาทและปลูกบ้าน จำเลยห้ามปรามแล้ว แต่โจทก์ไม่เชื่อฟัง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ บังคับโจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง และห้ามเกี่ยวข้องอีก

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้กระทำละเมิดต่อจำเลยขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลย จำเลยไม่สามารถฟ้องแย้งให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทได้ พิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๐๗ ตำบลพานทองอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ตามแผนที่พิพาทซึ่งเจ้าหน้าที่ของศาลทำขึ้นในเขตสี่เหลี่ยมหมายเลข ๑, ๒, ๘, ๗ รวมเนื้อที่ไม่เกิน ๒๐๗ ตารางวา ให้โจทก์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๐๗ ตำบลพานทองอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น ๗ ไร่ ๑ งาน ๗๖ ตารางวา ตามโฉนดมีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ๓ คน ได้แก่โจทก์ จำเลยและนางอุไร ตัณยกุล โดยโจทก์มีส่วน ๒๐๗ ส่วน คิดเป็นเนื้อที่ ๒๐๗ ตารางวา ในจำนวนที่ดินทั้งหมด ๒,๗๖๙ ส่วน สำหรับประเด็นที่ว่าโจทก์หรือจำเลยผู้ใดมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่ากันซึ่งจำเลยฎีกาว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยนั้น เห็นว่า โจทก์มีนายสุรินทร์ ศรีวิเชียร รับราชการในตำแหน่งช่างรังวัดประจำสำนักงานที่ดิน จังหวัดชลบุรี เป็นพยานเบิกความว่า

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ นางสุนันท์ สุวรรณกิจ น้องของจำเลยได้ขอให้พยานไปรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดพิพาท เพราะนางอุไรจะขายที่ดินแปลงนี้บางส่วนให้แก่โจทก์เพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ให้แก่จำเลย พยานจึงไปทำการรังวัดโดยมีนางสุนันท์กับโจทก์เป็นผู้นำชี้ เหตุที่นางสุนันท์นำชี้เนื่องจากจำเลยมอบหมายหใ้นางสุนันท์ทำการแทน พยานได้รังวัดและตอกหลักเขตไว้ตามที่บุคคลทั้งสองนำชี้คำนวณเนื้อที่ได้ประมาณ ๒๐๐ ตารางวา ได้แก่ที่ดินภายในบริเวณเส้นสีแดงอักษณ ค.ง.จ. ตามเอกสารหมาย จ.๒ พยานปากนี้ไม่ปรากฏว่าเป็นญาติหรือมีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด จึงเชื่อว่าพยานเบิกความไปตามความจริง จำเลยยอมรับว่านางสุนันท์เป็นผู้ดูแลทมี่ดินแทนจำเลยนางสุนันท์เบิกความเป็นพยานจำเลยเจือสมพยานโจทก์ว่าพยานได้พานายสุรินทร์มารังวัดสอบเขตที่พิพาทด้านติดถนนจริง

เห็นว่า ถ้าหากนายสุรินทร์รังวัดและตอกหลักเขตที่พิพาทเกินกว่าบริเวณที่นางอุไรขายให้แก่โจทก์แล้ว นางสุนันท์ซึ่งดูแลที่ดินอยู่ย่อมจะต้องคัดค้านในขณะนั้นว่า นายสุรินทร์รังวัดและตอกหลักเขตไม่ถูกต้อง แต่นางสุนันท์มิได้คัดค้าน ตามพฤติการณ์แห่งคดีชี้ให้เห็นว่า นายสุรินทร์ดำเนินการรังวัดและตอกหลักเขตโดยถูกต้องแล้ว รูปที่ดินภายในบริเวณเส้นสีแดงตามเอกสารหมาย จ.๒ มีลักษณะตรงกันกับรูปที่ดินภายในเขตสี่เหลี่ยมหมายเลข ๑, ๒, ๘, ๗ตามแผนที่พิพาท ที่จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทตลอดมา ก็ได้ความจากนางซิม บุตรสนม พยานโจทก์ซึ่งปลูกบ้านพักอาศัยอยู่ในที่ดินติดแนวเขตที่พิพาททางด้านทิศเหนือของที่พิพาทว่า

พยานมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ก่อนโจทก์ถมดินและปลูกบ้านในที่พิพาท ที่พิพาทมีสภาพเป็นป่าหญ้าฝ่ายจำเลยมิได้นำสืบว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทดังคำให้การและฟ้องแย้ง ที่จำเลยให้การและฟ้องแย้งมาจึงรับฟังไม่ได้ ถึงแม้ยังไม่มีการจดทะเบียนแบ่งแยกโฉนด แต่การที่นางสุนันท์ซึ่งเป็นผู้ที่จำเลยมอบหมายให้ดูแลที่ดินแทนรวมทั้งจำเลยเองยอมให้มีการรังวัดตอกหลักเขตที่พิพาทมีจำนวนเนื้อที่ ๒๐๗ ตารางวา ตรงตามส่วนที่โจทก์มีกรรมสิทธิ์ และโจทก์ก็ได้เข้าถมดินและปลูกสร้างบ้านในบริเวณที่ดินในส่วนนี้ ชี้ให้เห็นว่าโจทก์จำเลยต่างแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดแล้ว ชอบที่จะแบ่งที่ดินบริเวณดังกล่าวให้แก่โจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
Lower court
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายประสาท พูนเพิ่ม
ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6063/2567

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 3 มีข้อความว่า "หากจำเลยสามารถตรวจสอบพบว่าโจทก์ยังมีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 2 ตั้งแต่สมรสจนถึงวันที่ 28 กันยายน 2563 โจทก์ยอมให้จำเลยบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอ…

Supreme Court Judgment No. 4727/2566

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกันแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยระบุในคำฟ้องว่า จ. โดย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 4 และ ด. โดย ส. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 5 จึงเป็นการฟ้อง…

Supreme Court Judgment No. 1322/2566

บันทึกถ้อยคำเรื่องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมและแบ่งหักที่สาธารณประโยชน์มีข้อความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสี่ตกลงแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท โดยไม่ได้ระบุว่าส่วนของเจ้าของรวมแต่ละคนมีแนวเขตตั้งแต่บริเวณใดถึงบริเ…

Supreme Court Judgment No. 12170/2558

แม้จำเลยจะไม่ใช่คู่ความซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีสิทธิขอให้บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แต่กรณีนี้เป็นเรื่องที่ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมตามข้อตกลงเรื่องกรรม…

Supreme Court Judgment No. 6667/2558

คำพิพากษาของศาลที่ให้จำเลยทั้งห้าแบ่งทรัพย์มรดกของ น. แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทด้วยกัน เป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยทั้งห้าในฐานะทายาทและเจ้าของรวมทุกคนพึงแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวมด้วยกัน หรือขายท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up