Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2330/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทัั้งสองต่างยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงาน ของด.ต่อโจทก์ซึ่งเป็นหนี้รายเดียวกัน แต่ค้ำประกัน ต่างวาระและสัญญาคนละฉบับกัน ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน โจทก์จะอ้างว่าคู่กรณีมีเจตนาต้องการให้จำเลยทั้งสองแยกรับผิดเป็นคนละจำนวนกัน ซึ่งให้มีผลบังคับเป็นอย่างอื่นจากบทบัญญัติของกฎหมายไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยทัั้งสองต่างยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงาน ของด.ต่อโจทก์ซึ่งเป็นหนี้รายเดียวกัน แต่ค้ำประกัน ต่างวาระและสัญญาคนละฉบับกัน ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน โจทก์จะอ้างว่าคู่กรณีมีเจตนาต้องการให้จำเลยทั้งสองแยกรับผิดเป็นคนละจำนวนกัน ซึ่งให้มีผลบังคับเป็นอย่างอื่นจากบทบัญญัติของกฎหมายไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า นายเดชา น้อยยุ่น เป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งพนักงานการเงิน มีหน้าที่เก็บรวบรวมเงินสดและเช็คซึ่งพนักงานขายมอบในแต่วันเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดในวงเงินคนละ 50,000 บาท เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2537นายเดชากับนายชาญ

น้อยลา พนักงานของโจทก์ยักยอกเงินของโจทก์รวม 412,213 บาท โจทก์ได้ร้องทุกข์ไว้ต่อมายึดเงินคืนจากนายเดชาได้ 159,000 บาท ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายเดชาและนายชาญคนละ1 ปี 6 เดือน กับให้คืนเงินส่วนที่ขาดอีก 253,613 บาทโจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยทั้งสองในฐานะผู้ค้ำประกันชำระหนี้ในวงเงินค้ำประกัน แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินคนละ 51,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 50,000 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ไม่ให้การและไม่สืบพยานศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า กรณีของจำเลยทั้งสองเป็นการค้ำประกันการทำงานของนายเดชาตลอดระยะเวลาทำงานถือเป็นหนี้รายเดียวกัน จึงเป็นกรณีบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันจำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วมในวงเงินที่ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสองโจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองร่วมรับผิดในวงเงินที่ค้ำประกัน 50,000 บาท

มิใช่จำเลยแต่ละคนต้องรับผิดต่อโจทก์ในวงเงิน 50,000 บาท ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2536กับจำเลยทั้งสองต้องรับผิดในดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของวงเงินที่ค้ำประกันนับแต่วันผิดนัดจนกว่าชำระเสร็จซึ่งโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยนับแต่วันครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวทวงถามถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,250 บาท จึงให้เท่าที่โจทก์ขอ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน51,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน50,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่านายเดชาเข้าทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์มีจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันต่อโจทก์โดยยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่นายเดชาก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างที่ทำงานกับโจทก์ในวงเงินคนละไม่เกิน 50,000 บาท ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย

จ.6 และ จ.7 ระหว่างที่นายเดชาเป็นลูกจ้างโจทก์นั้น เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2537 นายเดชาร่วมกับนายชาญพนักงานติดรถของโจทก์ยักยอกเงินของโจทก์ที่พนักงานขายนำมามอบให้เพื่อนำเข้าบัญชีของโจทก์จำนวน413,213 บาท ต่อมาโจทก์ยึดเงินคืนได้จากนายเดชาจำนวน159,000 บาท คงเหลือค่าเสียหายที่ต้องชดใช้คืนแก่โจทก์จำนวน 253,613 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1และที่ 2 จะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเพียงใด

พิเคราะห์แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน ถึงแม้มิได้เข้ารับประกันรวมกัน"คดีนี้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2536ตามเอกสารหมาย จ.6 ส่วนจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2536 ตามเอกสารหมาย จ.7โดยต่างยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนายเดชาต่อโจทก์ซึ่งเป็นหนี้รายเดียวกัน แม้การค้ำประกันจะทำขึ้นต่างวาระกันและเป็นคนละฉบับกัน ก็ตกอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าเหตุที่ทำสัญญาค้ำประกันดังกล่าว

ก็โดยคู่กรณีมีเจตนาเป็นอย่างอื่นเพื่อต้องการให้ผู้ค้ำประกันแยกรับผิดเป็นคนละจำนวนกัน ไม่อาจปรับได้กับบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นนั้นเห็นว่า เมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะซึ่งอาจปรับได้กับข้อเท็จจริงในคดีนี้แล้ว โจทก์จะอ้างเหตุอื่นเพื่อตีความกฎหมายให้มีผลบังคับเป็นอย่างอื่นหาชอบไม่ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมรับผิดตามสัญญาค้ำประกันในวงเงิน 50,000 บาท ชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ณรงค์ ตันติเตมิท · พรชัย สมรรถชัย · ชลอ บุณยเนตร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3464/2561

ตามสัญญาค้ำประกันรับรองความเสียหายที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทำไว้กับโจทก์เพื่อค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 นั้น มีข้อความระบุว่า "ข้าพเจ้าจึงตกลงยินยอมเข้าเป็นผู้ค้ำประกันรับรองความเสียหาย...และข้าพเจ้…

Supreme Court Judgment No. 319/2561

ป.พ.พ. บรรพ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้ ส่วนที่ 1 ถึงส่วนที่ 5 บัญญัติให้หนี้เป็นอันระงับไปต่อเมื่อได้มีการชำระหนี้ มีการปลดหนี้ มีการหักกลบลบหนี้ มีการแปลงหนี้ใหม่หรือหนี้เกลื่อนกลืนกัน การที่โจทก์ยอม…

Supreme Court Judgment No. 12384/2558

การที่ลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของลูกหนี้ชั้นต้นร่วมกับจำเลยในคดีนี้ ชำระหนี้บางส่วนให้แก่เจ้าหนี้และเจ้าหนี้มีหนังสือปลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษารายนั้นแล้วก็ตาม หนั…

Supreme Court Judgment No. 13337/2556

การที่จำเลยที่ 2 จำนองที่ดินของตนเพื่อประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระให้แก่ธนาคาร ก. เจ้าหนี้ เป็นการให้สัญญาต่อเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ก็ให้ธนาคารเจ้าหนี้ของจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 22201/2555

จำเลยทั้งสองต่างแสดงเจตนาเข้าเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของ ณ. อันถือเป็นการค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน จำเลยทั้งสองจึงมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 682 วรรคสอง แต่ไม่เกินจำนวนที่จำเลยทั้งสอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up