Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 236/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยกับ จ. ได้ทำหนังสือยินยอมยกที่ดินของจำเลยกับ จ. ให้เป็นทางใช้ร่วมกันกว้างฝ่ายละ 0.50 เมตร ยาวตลอดสุดที่ดินของจำเลย จ. เจ้าของที่ดินเดิมใช้ทางพิพาทร่วมกับจำเลยก็โดยอาศัยสิทธิตามข้อตกลง มิใช่ใช้ทางโดยเจตนาจะให้ได้ภารจำยอมจึงไม่อาจได้ภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401 เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินจาก จ. และใช้ทางพิพาทต่อมา จึงไม่ได้ภารจำยอมเช่นกันแต่การที่โจทก์ซื้อที่ดินมาดังกล่าวแล้ว ได้ปรับปรุงตึกแถวบนที่ดินนั้นทำเป็นหอพักมีผู้เช่าตึกแถวของโจทก์ใช้ทางพิพาทเข้าออกสู่ถนน และโจทก์ต่อท่อระบายน้ำเข้ากับท่อระบายน้ำของจำเลยที่ฝังอยู่ใต้ทางพิพาท โดยจำเลยมิได้โต้แย้งหวงห้ามหรือปิดกั้นทางพิพาท จนเมื่อโจทก์เทปูนยกระดับทางพิพาทสูงขึ้นและเกิดมีปัญหาน้ำท่วมขังจำเลยจึงบอกเลิกการใช้ทางต่อโจทก์แล้วกั้นรั้วบนทางพิพาท แสดงว่าจำเลยกับโจทก์ตกลงยอมรับโดยปริยายที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของจำเลยกับ จ. เจ้าของที่ดินเดิมในอันที่ต่างฝ่ายต่างเว้นที่ดินของตนไว้เป็นทางพิพาทเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันมา จำเลยจึงต้องยอมให้โจทก์ใช้ทางพิพาทตามข้อตกลงต่อไป เหตุที่เกิดน้ำท่วมขังบ้านจำเลยเกิดจากเหตุที่ปัจจุบันบ้านจำเลยอยู่ต่ำกว่าระดับถนนซอยมากกว่าการที่โจทก์เทพื้นทางพิพาทสูงขึ้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์ปฏิบัติผิดข้อตกลงในการใช้ทางพิพาทร่วมกับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกข้อตกลงดังกล่าวและไม่มีสิทธิทำรั้วปิดกั้นทางพิพาทและต้องรื้อถอนรั้วออกไป แต่เมื่อโจทก์มีสิทธิใช้ทางพิพาทตามข้อตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลสิทธิและไม่ใช่ภารจำยอม โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมตามฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามออกจากทางสาธารณะด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยเอง และให้จำเลยจดทะเบียนยกที่ดินให้เป็นทางสาธารณะหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามออกจากทางพิพาท และให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมทางพิพาท ส่วนที่อยู่ในเขตโฉนดเลขที่ 89199 ของจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 89199 โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 20208 โดยซื้อมาจากนางจันทร์เพ็ญ

พินิจพลนิกร เมื่อปี 2534 ที่ดินจำเลยติดกับที่ดินโจทก์ที่ 1 ทางด้านทิศใต้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2516 จำเลยกับนางจันทร์เพ็ญ ได้ทำหนังสือยินยอมยกที่ดินของจำเลยกับนางจันทร์เพ็ญให้เป็นทางใช้ร่วมกันกว้างฝ่ายละ 0.50 เมตร ยาวตลอดสุดที่ดินของจำเลย ตามหนังสือยินยอมยกที่ดินเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งมิใช่ให้เป็นทางสาธารณะ และเมื่อโจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 20208 จากนางจันทร์เพ็ญพร้อมบ้านเลขที่ 934, 935 และ 1072 บนที่ดินมาแล้ว ผู้เช่าบ้านโจทก์ที่ 1 กับบริวารได้ใช้ทางพิพาทผ่านเข้าออก ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2535 จำเลยได้สร้างรั้วลวดหนามปิดกั้นทางพิพาทเป็นแนวยาวและปักเสาที่พันด้วยรั้วลวดหนามกึ่งกลางของทางพิพาทล้ำเข้ามาในทางพิพาท 0.50 เมตร เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 กับบริวารไม่สามารถใช้ทางพิพาทได้ตามปกติประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า

จำเลยมีสิทธิปิดกั้นไม่ให้โจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทในส่วนที่อยู่ในเขตที่ดินของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่นางจันทร์เพ็ญ เจ้าของที่ดินเดิมใช้ทางพิพาทร่วมกับจำเลยก็โดยอาศัยสิทธิตามข้อตกลงยินยอมอนุญาตให้ใช้ทางร่วมกันตามหนังสือยินยอมเอกสารหมาย จ.3 มิใช่การใช้ทางโดยเจตนาจะให้ได้ภารจำยอม จึงไม่อาจได้ภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401 เมื่อโจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินจากนางจันทร์เพ็ญมาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2534และใช้ทางพิพาทต่อมาจนถึงปี 2535 จึงไม่ได้ภารจำยอมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตามคำฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์ที่ 1 กับจำเลยได้ความว่าเมื่อโจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินมาดังกล่าวแล้ว ได้ปรับปรุงตึกแถวบนที่ดินนั้นทำเป็นหอพักมีผู้เช่าตึกแถวของโจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทเข้าออกสู่ถนน และโจทก์ที่ 1 ต่อท่อระบายน้ำเข้ากับท่อระบายน้ำของจำเลยที่ฝังอยู่ใต้ทางพิพาท

ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้โต้แย้งหวงห้ามหรือปิดกั้นทางพิพาท จนเมื่อโจทก์ที่ 1 เทปูนยกระดับทางพิพาทสูงขึ้นและเกิดมีปัญหาน้ำท่วมขัง จำเลยจึงบอกเลิกการใช้ทางต่อโจทก์แล้วกั้นรั้วบนทางพิพาทแสดงว่าจำเลยกับโจทก์ที่ 1 ตกลงยอมรับโดยปริยายที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของจำเลยกับนางจันทร์เพ็ญเจ้าของที่ดินเดิมในอันที่ต่างฝ่ายต่างเว้นที่ดินของตนไว้เป็นทางพิพาท เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันมาประมาณ 1 ปี แล้วจำเลยจึงต้องยอมให้โจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทตามข้อตกลงต่อไปมีปัญหาต่อไปว่า โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติผิดข้อตกลงในการใช้ทางพิพาทเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกการใช้ทางพิพาทได้หรือไม่ ปัญหานี้ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ แต่ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยใหม่ ในข้อนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยรับฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุที่เกิดน้ำท่วมขังบ้านจำเลยน่าจะเกิดจากเหตุที่ปัจจุบันบ้านจำเลยอยู่ต่ำกว่าระดับถนนซอยสองพี่น้องดังกล่าวมากกว่าการที่โจทก์ที่ 1 เทพื้นทางพิพาทสูงขึ้นจึงฟังไม่ได้ว่า โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติผิดข้อตกลงในการใช้ทางพิพาทร่วมกับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกข้อตกลงดังกล่าวและไม่มีสิทธิทำรั้วปิดกั้นทางพิพาทและต้องรื้อถอนรั้วออกไป แต่เมื่อโจทก์ที่ 1 มีสิทธิใช้ทางพิพาทตามข้อตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลสิทธิและไม่ใช่ภารจำยอม โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมตามฟ้องพิพากษาแก้เป็นว่า ไม่บังคับให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมทางพิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Supreme Court Judgment No. 786/2567

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน จำเลยมีสิทธิบ่ายเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิก…

Supreme Court Judgment No. 8722/2544

โจทก์พร้อมที่จะปฏิบัติตามสัญญา แต่จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาโดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เหลือภายในกำหนดเวลาตามสัญญาได้ จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดิน โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา โจทก์มีหน…

Supreme Court Judgment No. 3482/2541

โจทก์ ได้ สิทธิ ภารจำยอม โดย อายุความ ตาม คำพิพากษา ของ ศาล โจทก์ บอกกล่าว ให้ จำเลย เจ้าของ ภารยทรัพย์ ไป ดำเนินการ จดทะเบียน สิทธิ ภารจำยอม ที่ โจทก์ ได้ มา แต่ จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่า เป็น การ โต้แ…

Supreme Court Judgment No. 2482/2541

โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามคำพิพากษาของศาล โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์ไปดำเนินการจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมที่โจทก์ได้มา แต่จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ซึ่งเป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up