Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2388/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ข้อ 2 มีข้อความดังนี้ "หากจำเลยตกลงขายหรือโอนทรัพย์สินใดๆ ของจำเลยได้ก่อนในรอบระยะชำระหนี้ 6 เดือนแรกหรือในระยะ 6 เดือนต่อๆ ไปก็ตาม จำเลยจะต้องแจ้งให้ศาลและโจทก์ทราบด้วย และให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ก่อน ภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดในข้อ 1 หากจำเลยไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินแก่โจทก์เมื่อขายหรือโอนทรัพย์สินใดๆ ของจำเลยแล้วให้ถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีทั้งหมดทันที ที่จะถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดนั้น มีดังนี้คือเมื่อขายทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยแล้วไม่แจ้งศาล หรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ ข้อความในสัญญาใช้คำว่า หรือ ดังนั้นจำเลยจะเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ไม่เป็นการผิดสัญญาตามสัญญาข้อนี้มิได้บังคับให้จำเลยนำเงินทั้งหมดที่ขายทรัพย์สินได้มาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งหมด แต่ให้ชำระหนี้แก่โจทก์ก่อนภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดเท่านั้น งวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระจำเลยจึงไม่ต้องชำระให้แก่โจทก์ แม้จะขายทรัพย์สินได้เป็นเงินจำนวนเกินกว่าหนี้ทั้งหมดของโจทก์ก็ตาม และตามสัญญามิได้มีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่จะต้องชำระกันเป็นงวดๆ เมื่อขายทรัพย์สินได้ดังนั้นแม้จำเลยจะขายทรัพย์สินไปแล้ว ก็ต้องรวบรวมเงินให้ได้จำนวนพอแก่การชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นงวดๆ ตามสัญญาตามคำร้องของโจทก์ จำเลยขายแร่ไปเพียง 97 หาบ ไม่ปรากฏว่าราคาเท่าใดพอจะชำระหนี้งวดแรกให้แก่โจทก์หรือไม่ ก็ไม่ทราบวันที่จำเลยขายแร่ก็ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดแรก ดังนั้น จำเลยจึงยังมิได้กระทำผิดสัญญาที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีทั้งหมดได้ในทันที

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าผิดสัญญาและละเมิด คู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมใช้เงินให้แก่โจทก์เป็นจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท หากจำเลยขายโอนทรัพย์สินใด ๆของจำเลยได้ก่อนในรอบระยะชำระหนี้ ๖ เดือนแรกหรือในระยะ ๖ เดือนต่อ ๆ ไป ก็ตาม จำเลยจะต้องแจ้งให้ศาลและโจทก์ทราบ หากจำเลยไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินแก่โจทก์ ให้ถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดทันที ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒มิถุนายน ๒๕๑๖

โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยขายแร่ไปจำนวนรวม๙๗ หาบ ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๑๖ จำเลยมิได้แจ้งศาลหรือโจทก์และไม่ชำระเงินที่ขายทรัพย์ได้ให้โจทก์ ถือว่าจำเลยผิดนัดขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นสั่งออกหมายบังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดทรัพย์ของจำเลยและอายัดเงินฝากของนายโรแนลด์ เอช แอสคิว ไว้ด้วย จำเลยและนายโรแนลด์ เอช แอสคิวยื่นคำแถลงคัดค้านว่าจำเลยไม่ผิดสัญญายอม และจำเลยเป็นบริษัทจำกัดนายโรแนลด์ เอช แอสคิว ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ศาลชั้นต้นสั่งถอนการอายัดเงินของนายโรแนลด์ เอช แอสคิว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้อายัดเงินของนายโรแนลด์ เอช แอสคิว

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ยึดไว้ ยกอุทธรณ์โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๒ มีข้อความดังนี้ "ข้อสองหากจำเลยตกลงขายหรือโอนทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยได้ก่อนในรอบระยะชำระหนี้ ๖ เดือนแรกหรือในระยะ ๖ เดือนต่อ ๆ ไปก็ตาม จำเลยจะต้องแจ้งให้ศาลและโจทก์ทราบด้วย และให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ก่อน ภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดในข้อ ๑ หากจำเลยไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินแก่โจทก์เมื่อขายหรือโอนทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยแล้ว ให้ถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดทันที" ที่จะถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดนั้น มีดังนี้ คือ เมื่อขายทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยแล้วไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ ข้อความในสัญญาใช้คำว่า หรือ

ดังนั้นจำเลยจะเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ไม่เป็นการผิดสัญญา ตามสัญญาข้อนี้มิได้บังคับให้จำเลยนำเงินทั้งหมดที่ขายทรัพย์สินได้มาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งหมด แต่ให้ชำระหนี้แก่โจทก์ก่อนภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดเท่านั้นงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ จำเลยจึงไม่ต้องชำระให้แก่โจทก์ แม้จะขายทรัพย์สินได้เป็นเงินจำนวนเกินกว่าหนี้ทั้งหมดของโจทก์ก็ตาม และตามสัญญามิได้มีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่จะต้องชำระกันเป็นงวด ๆ เมื่อขายทรัพย์สินได้ ดังนั้น แม้จำเลยจะขายทรัพย์สินไปแล้วก็ต้องรวบรวมเงินให้ได้จำนวนพอแก่การชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นงวด ๆ ตามสัญญาตามคำร้องของโจทก์

จำเลยขายแร่ไปเพียง ๙๗ หาบ ไม่ปรากฏว่าราคาเท่าใดพอจะชำระหนี้งวดแรกให้แก่โจทก์หรือไม่ก็ไม่ทราบวันที่จำเลยขายแร่ก็ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดแรก ดังนั้น จำเลยจึงยังมิได้กระทำผิดสัญญาที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีทั้งหมดได้ในทันที ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกเลิกการบังคับคดีปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ถูกยึด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลแห่งคดี

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ
Lower court
ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายเรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5828/2534

ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดมาใน คดี นี้เป็นของผู้ร้อง ต่อมาโจทก์และผู้ร้องทำสัญญา ประนีประนอม ยอมความและศาลพิพากษาตามยอมให้ผู้ร้องชำระเงิน แก่ โจทก์ หาก ผิดนัดยอมให้โจทก์บ…

Supreme Court Judgment No. 358/2504

โจทก์จำเลยทำยอมความกันว่าให้ถือตรอกทางเดินที่พิพาทกันเป็นทางสาธารณ และจำเลยยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ศาลพิพากษาตามยอมและจำเลยปฏิบัติตามยอมแล้ว ต่อมาโจทก์กลับปลูกสร้างขึ้นบนทางเดินนั้น ดังนี้จำเลยจะ…

Supreme Court Judgment No. 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

Supreme Court Judgment No. 10209/2553

ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 271 ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิได้ปฏิบัติตามคำพิ…

Supreme Court Judgment No. 7232/2552

โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติผิดจากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอม การที่บุคคลภายนอกนำเสาปูนมาปักหน้าประตูรั้วเหล็กก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองจะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่บุคคลภายนอกต่อไป จึงไม่มีเห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up