Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2390/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเลิกห้างต่อนายทะเบียนไว้แล้วก่อนจะถูกโจทก์ฟ้องให้ล้มละลายแต่การชำระบัญชีก็ยังไม่เสร็จ ถือได้ว่าสภาพนิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ยังคงมีอยู่ต่อไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 หรือไม่โดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 แต่ข้อที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัย ย่อมต้องห้าม อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา เพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาลศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่เฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 1

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วน จำกัด จำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 3 เป็นผู้จำนองค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2529

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดสวรรคโลกมีคำพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ 321/2529 ให้จำเลยทั้งสามชำระเงินจำนวน 1,162,015.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 991,757.84 บาท นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 23 พฤษภาคม 2539) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ในวันเดียวกันศาลจังหวัดสวรรคโลกมีคำพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ 320/2529 ให้จำเลยทั้งสามชำระเงินจำนวน1,769,367.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน1,255,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 15 พฤษภาคม 2529) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งสองคดีจำเลยทั้งสามตกลงจะชำระหนี้ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นต้นไป หากจำเลยทั้งสามผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีโจทก์และจำเลยทั้งสามตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่ศาลสั่งคืนและค่าทนายความทั้งสองคดีเป็นพับ

หลังศาลมีคำพิพากษาจำเลยทั้งสามผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ได้ยึดทรัพย์จำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดแล้วเมื่อหักหนี้และคิดบัญชีกันปรากฏว่าจำเลยทั้งสามยังค้างชำระหนี้จำนวน 2,780,344.33 บาท โจทก์ได้ติดตามทวงถามหนี้ที่ค้างชำระมาโดยตลอด เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2534 โจทก์มอบให้ทนายความทวงถามหนี้ที่ค้างชำระให้จำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามได้รับหนังสือทวงถามหนี้แล้วแต่ก็ยังเพิกเฉย โจทก์ให้พนักงานติดตามสืบหาทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามแล้วไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอื่นใดจำเลยทั้งสามจึงเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอพิพากษาให้จำเลยทั้งสามล้มละลายจำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 14ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ ประกอบมาตรา 153 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ 1ได้จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดต่อนายทะเบียนไว้แล้วก่อนที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 หรือไม่เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 บัญญัติว่า"ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี แม้จะได้เลิกกันแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี"

ดังนี้จะเห็นได้ชัดว่าสภาพของนิติบุคคลจำพวกห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้วนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการจดทะเบียน และจะสิ้นสภาพลงนั้นกฎหมายบังคับให้กระทำโดยผู้ชำระบัญชี ทั้งนี้จะเห็นได้จากบทบัญญัติในมาตรา 1270 ซึ่งบัญญัติถึงหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้ชำระบัญชีต้องกระทำ กล่าวคือเมื่อการชำระบัญชีกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทสำเร็จลงผู้ชำระบัญชีต้องทำรายงานการชำระบัญชีแสดงว่าการชำระบัญชีนั้นได้ดำเนินไปอย่างใดและได้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นไปประการใดแล้วให้เรียกประชุมใหญ่เพื่อเสนอรายงานนั้นและชี้แจงกิจการต่อที่ประชุม เมื่อที่ประชุมใหญ่ได้ให้อนุมัติรายงานนั้นแล้วผู้ชำระบัญชีต้องนำข้อความที่ได้ประชุมกันนั้นไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันประชุมเมื่อได้จดทะเบียนแล้วดังนี้ให้ถือว่าเป็นที่สุดแห่งการชำระบัญชีจึงเห็นได้ว่าเมื่อเลิกห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้วกฎหมายได้บังคับให้ต้องมีผู้ชำระบัญชีมิฉะนั้นก็ไม่มีทางที่สภาพของนิติบุคคลนั้นจะสิ้นสุดลงโดยทางทะเบียนได้

เมื่อต้องมีผู้ชำระบัญชีแล้วการเลิกห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนก็ต้องมีการชำระบัญชีเพื่อทำหน้าที่ชำระสะสางการงานของห้างหุ้นส่วนให้เสร็จไปดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1250 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการชำระบัญชีของจำเลยที่ 1 ยังไม่เสร็จและยังปรากฏข้อเท็จจริงต่อไปอีกว่าผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 1 คือจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับมาตรา 1252 ที่บัญญัติว่า หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการบริษัทมีอำนาจโดยตำแหน่งเดิมฉันใด เมื่อเป็นผู้ชำระบัญชีก็ยังคงมีอำนาจอยู่ฉันนั้น ดังนั้น การที่ผู้ชำระบัญชีและหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกัน จึงถือได้ว่าสภาพนิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ยังคงอยู่ต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1249 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 นั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนที่โจทก์ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัย ต้องห้ามอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา เพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่เฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 1"

Result

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนที่ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในประเด็นข้อที่ว่า จำเลยที่ 1เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนอกจากที่ยกคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ทวีชัย เจริญบัณฑิต · พิชัย เตโชพิทยากูล · วินัส เรืองอำพัน
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8047/2544

อำนาจฟ้องในคดีอาญาเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 เมื่อโ…

Supreme Court Judgment No. 3845/2541

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านทำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่มีผู้ขอชำระหนี้ต่อศาล แม้จะมีความเห็นควรให้ได้รับชำระหนี้ แต่ความเห็นของผู้คัดค้านนั้นไม่มีผลบังคับ เพราะศาลอาจพิจารณาวินิจฉัย…

Supreme Court Judgment No. 86/2540

แม้โจทก์ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว โดยมี ส.และ พ.เป็นผู้ชำระบัญชีก็ตาม แต่ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1249 บัญญัติให้ถือว่าบริษัทโจทก์ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี และตามมาตรา 1252บัญญัติให้…

Supreme Court Judgment No. 1036/2537

จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาที่แน่นอนจึงไม่ใช่กรณีที่ไม่สามารถส่งหมายให้แก่จำเลยที่ 1 ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ได้ การส่งหมายแจ้งวันนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 26 มีนาคม 2534 ให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยวิธี…

Supreme Court Judgment No. 1633/2525

แม้โจทก์จะตั้งข้อหาในฟ้องว่า ซื้อขาย เช็ค แต่คำฟ้องของโจทก์ที่แท้จริงอยู่ที่คำบรรยายฟ้อง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องมาเป็นเรื่องจ้างทำของ ก็ต้องถือว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องสัญญาจ้างทำของ เช็คที่โจทก์อ้าง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up