Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2390/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 20)ฯ มาตรา 6 บังคับใช้วันที่ 14 กันยายน 2542 อันเป็นเวลาภายหลังที่มีการสอบสวนจำเลยแล้ว ฉะนั้นการสอบสวนจำเลยซึ่งมีอายุ 16 ปี จึงไม่อยู่ในบังคับตาม พระราชบัญญัติดังกล่าว และไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความหรือบิดามารดาหรือผู้ที่จำเลยไว้วางใจอันเป็นบุคคลที่จำเลยอ้างร่วมฟังการสอบสวน การสอบสวนจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 134/1 ป.วิ.อ. Section 134/3 ป.วิ.อ. Section 134/4 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2542 Section 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357 และให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 43,600 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง (ที่ถูกประกอบ มาตรา 83) จำเลยอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 43,600 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2541 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา มีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ลพบุรี น - 1426 ของนายเสริม ประจงแต่ง ผู้เสียหาย ซึ่งนายยอดรัก ประจงแต่ง นำไปจอดที่วัดพรหมรังสี ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจำนวน 5 รายการ ตามบัญชีของกลางคดีอาญา เอกสารหมาย จ. 3 ซุกซ่อนอยู่บนเพดานห้องพักในหอพักนักศึกษาภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี และได้จับกุมนายอาคมกับจำเลยข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร คดีมีปัญหาข้อแรกตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจเอกจรัญ เกิดคำ

ผู้จับเป็นพยานเบิกความว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา พยานได้รับแจ้งจากอาจารย์วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรีว่า มีกลุ่มนักศึกษาในวิทยาลัยถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ภายในหอพัก ขอให้พยานไปตรวจ พยานกับเจ้าพนักงานตำรวจหลายนายและอาจารย์วิทยาลัยดังกล่าวไปที่หอพัก พยานเข้าไปในห้องพักซึ่งมีจำเลยและนายอาคมอยู่ในห้อง ขอตรวจค้นห้องพัก พบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์อยู่บนเพดานห้อง พยานสอบถาม จำเลยรับว่าได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวมาจากรถจักรยานยนต์ที่ลักมาจากวัดพรหมรังสี พยานจึงนำตัวจำเลยกับนายอาคมไปที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพนัสนิคมได้ตรวจสอบรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีพบว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2541 นายยอดรักมาแจ้งความว่ารถจักรยานยนต์หายไปจากที่จอดในบริเวณวัดพรหมรังสี จึงให้เจ้าพนักงานตำรวจไปพานายยอดรักมา

นายยอดรักดูแล้วจำได้ว่าชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ที่หายไป พยานจึงจับกุมจำเลยกับนายอาคม จำเลยกับนายอาคมให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ. 1 นอกจากนี้ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกศิลป์ชัย อ่ำศรี พนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความชั้นสอบสวน พยานแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าร่วมกับผู้อื่นลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร จำเลยและนายอาคมให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ. 5 และ จ. 6 พยานได้ทำแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตามเอกสารหมาย จ. 7 และ จ. 8 และได้นำตัวจำเลยและนายอาคมไปนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและได้ถ่ายรูปไว้ตามภาพถ่ายหมาย

จ. 9 ซึ่งจำเลยก็เบิกความยอมรับว่าคืนเกิดเหตุได้ไปเที่ยวงานที่โรงเรียนวัดพรหมรังสีกับนายอาคม และพานายอาคมไปบริเวณที่นายอาคมเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปโดยจำเลยรู้เห็นอยู่ด้วย อันเป็นการเจือสมกับคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ. 5 แต่จำเลยต่อสู้อ้างว่าไม่ได้ร่วมกับนายอาคมลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายและจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจทำร้ายให้รับสารภาพนั้น เห็นว่า จำเลยไม่ได้ถามค้านสิบตำรวจเอกจรัญกับร้อยตำรวจเอกศิลป์ชัย เรื่องจำเลยถูกทำร้ายจึงเป็นคำเบิกความลอย ๆ ไม่มีน้ำหนัก เมื่อจำเลยถูกจับจำเลยก็ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนทันที และจากคำเบิกความของนายชูเกียรติ เพชรล้อม อาจารย์ประจำวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี

ผู้ดูแลหอพักพยานจำเลยได้ความว่า พยานได้นำตัวนายอนุพงศ์ผู้รับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ถูกลักไปส่งที่สถานีตำรวจ เมื่อเดินทางไปถึงพยานพบจำเลยเดินออกมาจากห้องพนักงานสอบสวนและถามว่าถูกดำเนินคดีด้วยหรือ จำเลยมีอาการเหมือนจะร้องไห้และบอกว่าถูกดำเนินคดีด้วย เห็นได้ว่าหากจำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานตำรวจบังคับพาจำเลยไปนำชี้สถานที่ในห้องพักหอพักนักศึกษาประกอบคำรับสารภาพนั้น เห็นว่า เป็นสถานที่ราชการไม่น่าเชื่อว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะบังคับให้แสดงประกอบคำรับสารภาพเพราะในวิทยาลัยย่อมมีทั้งอาจารย์และนักศึกษาอยู่ จึงฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าค้นชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางได้ที่ห้องพักในหอพักนักศึกษาที่จำเลยกับนายอาคมอยู่ด้วยกัน และจำเลยกับอาคมไปด้วยกันในที่เกิดเหตุขณะนายอาคมลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไป

ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนแล้ว จึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อระแวงสงสัยว่าจำเลยร่วมกับนายอาคมกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตามฟ้องโจทก์ ปัญหาข้อต่อมาตามฎีกาจำเลยมีว่า การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การรับสารภาพของจำเลยเอกสารหมาย จ. 5 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 ปรากฏว่าเจ้าพนักงานได้แจ้งสิทธิให้จำเลยทราบโดยชอบตามกฎหมายแล้ว ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยอายุ 16 ปี ไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความหรือบิดามารดาหรือผู้ที่จำเลยไว้วางใจร่วมฟังการสอบสวนนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2542 มาตรา 6 บังคับใช้วันที่ 14 กันยายน 2542 ดังนั้น

พระราชบัญญัติดังกล่าวจึงบังคับใช้ภายหลังที่มีการสอบสวนจำเลยคดีนี้แล้ว การสอบสวนจำเลยอายุ 16 ปี จึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ไม่ต้องมีบุคคลดังจำเลยอ้างอยู่ฟังการสอบสวน การสอบสวนจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สุพัฒน์ บุญยุบล · บรรหาร มูลทวี
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5873/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้" ซึ่…

Supreme Court Judgment No. 9345/2558

บทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 134/4 วรรคสาม กำหนดไว้ว่าถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา 134/1 ในเรื่องการสอบถามและจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์คว…

Supreme Court Judgment No. 8542/2554

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นั่งรถคันเดียวกันมาที่ร้านอาหาร แล้วจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เจรจาตกลงขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ดาบตำรวจ ก. ต่อมาสิบตำรวจโท ป. พาจำเลยที่ 3 ไปตรวจนับเงินค่าเมทแอมเฟตามีน วันรุ่งขึ้นจำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 7703/2554

คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีให้รัฐจัดหาทนายความให้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 เมื่อพนักงานสอบสวนไม่ได้จัดหาทนายความให้จำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 1130/2553

คดีมีโทษถึงประหารชีวิต การสอบสวนคำให้การของผู้ต้องหาจึงอยู่ในบังคับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นสิทธิเด็ดขาดของผู้ต้องหาที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐในการจัดหาทนายความให้ เมื่อพนักงานสอบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up