คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาแบ่งเงินจากการขายห้องแถวต่อมาจำเลยผิดสัญญาข้อ 1 โดยเมื่อขายห้องแถวได้แล้วไม่แบ่งเงินให้แก่โจทก์ตามสัญญาจึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้การว่า สัญญาที่ทำไว้ได้ยกเลิกกันไปแล้ว จำเลยจึงไม่ผิดสัญญาตามฟ้อง และตัดฟ้องว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีเดิมโจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับตึกแถวพิพาทว่า จำเลยสร้างตึกแถว 14 คูหาในที่ดินของโจทก์ โดยทำสัญญาแบ่งผลประโยชน์กันตามหนังสือสัญญาลงวันที่ 31 สิงหาคม 2521 แล้วจำเลยผิดสัญญา ขอให้ศาลบังคับ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอ้างว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่สืบให้สมตามฟ้อง และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยผิดสัญญาอย่างใด จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยพิพากษายกฟ้อง เห็นว่าในคดีเดิมศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเพราะเหตุ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำเลยผิดสัญญาข้อไหนอย่างไรหาได้วินิจฉัยว่าจำเลยผิดสัญญาฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2521 นั้นหรือไม่ส่วนในคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องไว้ว่าจำเลยได้กระทำผิดสัญญาอย่างไรพร้อมทั้งคำขอบังคับ ซึ่งยังมิได้รับการวินิจฉัยมาในคดีก่อนว่าจำเลยผิดสัญญาหรือไม่ กรณีเป็นคนละประเด็นกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148พิพากษายืน