คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกบังอาจร่วมกันลักทรัพย์แล้วเรียกเอาค่าไถ่ หรือมิฉะนั้นก็ร่วมกันรับของโจร รถจักรยานยนต์ 1 คันขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยช่วยจำหน่ายทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานรับของโจร ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 1 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยยังไม่เข้าลักษณะเป็นการช่วยจำหน่ายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้นมีว่าจำเลยรู้แล้วว่ารถจักรยานยนต์ของนายนิเวชถูกคนร้ายลักไปและจำเลยเป็นคนติดต่อเรียกค่าไถ่จากเจ้าทรัพย์จนได้มีการไถ่รถคันดังกล่าวคืนมา ทั้งนี้โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าทรัพย์ขอร้องให้จำเลยช่วย และจำเลยเป็นคนรับเงินค่าไถ่ไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการช่วยเหลือคนร้ายจำหน่ายทรัพย์ตามมาตรา 357 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแล้ว
Result
พิพากษายืน