Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2407/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46และข้อ 47 มิได้บัญญัติว่าให้ใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่เลิกจ้างก่อนเกษียณอายุ การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ที่ นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 46 ดังนี้หาเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวไม่ เงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของการประปาส่วนภูมิภาคจำเลยว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์มีหลักเกณฑ์การคำนวณและการจ่ายแตกต่างจากค่าชดเชย จึงเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชย การที่จำเลยจ่ายสงเคราะห์แก่โจทก์จะถือเป็นการจ่ายค่าชดเชยไม่ได้ ข้อบังคับดังกล่าวที่กำหนดให้ถือว่าการจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นการจ่ายค่าชดเชยจึงขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานดังนี้ข้อกำหนดดังกล่าวไม่มีผลบังคับ การหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะหยุดหรือไม่หยุดก็ได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยผู้เป็นนายจ้างได้กำหนดล่วงหน้าให้โจทก์ใช้สิทธิลาหยุดประจำปีในช่วงใดและโจทก์ก็มิได้ลาหยุดทั้งโจทก์ถูกเลิกจ้างโดยมิได้มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 ดังนี้ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 45บัญญัติให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเมื่อเลิกจ้างและข้อ 46 บัญญัติให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างเช่นกัน ดังนั้นการที่จำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยแก่โจทก์ในวันที่เลิกจ้าง จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นมาดังนี้ จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยได้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์โดยไม่มีความผิด โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี 12 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 57,336 บาทขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ เพราะการที่โจทก์พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ด้วยเหตุเกษียณอายุนั้น หาใช่เป็นการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะเหตุการเลิกจ้างจากจำเลยไม่ การเกษียณอายุเป็นการจ้างโดยมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนและเป็นการพ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ หากศาลจะฟังว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชย

จำเลยก็มีข้อบังคับเกี่ยวกับกองทุนเงินสงเคราะห์กำหนดว่าผู้ปฏิบัติงานที่ออกจากงานเพราะเหตุมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์และการจ่ายเงินตามข้อบังคับนี้ถือว่าเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานด้วย โจทก์ได้รับเงินกองทุนสงเคราะห์ดังกล่าวไปแล้วมีจำนวนเงินมากกว่าเงินค่าชดเชยโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลยอีก และโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีเพราะการที่โจทก์มิได้ลาหยุดพักผ่อนประจำปีทั้ง ๆ ที่โจทก์มีสิทธิลาหยุดถือว่าโจทก์ได้สละสิทธิการลาหยุดดังกล่าว โจทก์ไม่เคยทวงถามเงินค่าชดเชย เงินค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำเลยจึงยังมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัดศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 57,336 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิรับเงินค่าชดเชยจากจำเลยเพราะจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ แต่การออกจากงานเป็นผลของกฎหมายมหาชนที่รัฐต้องการให้ผู้มีอายุครบ 60 ปีได้รับการพักผ่อนการเกษียณอายุจึงมิใช่การตกงานเพื่อรองานใหม่ กฎหมายมหาชนนี้จึงใช้บังคับทุกคนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจแต่ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าในคำให้การของจำเลยได้ยกเหตุผลถึง 6 ประการขึ้นอ้างเพื่อสนับสนุนว่า จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ เหตุที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลที่อยู่ในคำให้การข้อ 2(5) ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยกล่าวเท้าความถึงกฎหมาย 2 ฉบับที่กล่าวมาแล้วในคำให้การตอนต้นในข้อ 2(1)-2(4) คือ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 คำให้การข้อนี้จึงเป็นเพียงเหตุผลที่ยกขึ้นสนับสนุนคำให้การข้ออื่น ๆ เท่านั้นเมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง

การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ก็เท่ากับได้วินิจฉัยรวมไปถึงข้อต่อสู้ตามคำให้การข้อนี้ของจำเลยด้วยแล้วว่า...จำเลยอุทธรณ์ข้อที่สองว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุนั้น เป็นการที่จำเลยไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานอีกตลอดไป จึงเป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 นั้นเป็นคำวินิจฉัยที่ขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และข้อ 47เพราะข้อ 46 ระบุชัดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างเฉพาะที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้างเท่านั้น อันเป็นการสั่งให้ยุดงานระหว่างกาลก่อนครบเกษียณอายุ และข้อ 47 ระบุว่า

นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างกรณีใดกรณีหนึ่งในอนุมาตรา (1)-(6) ซึ่งเป็นการเลิกจ้างระหว่างกาลหรือเลิกจ้างก่อนเกษียณอายุเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อกำหนดกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับใดบัญญัติหรือสนับสนุนให้เห็นหรือถือว่าการเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างดังศาลแรงงานกลางวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และข้อ 47 หาได้บัญญัติว่า ให้ใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่เลิกจ้างก่อนเกษียณอายุดังจำเลยอุทธรณ์ไม่ การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ เป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 นั้น จึงหาเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวไม่...จำเลยอุทธรณ์ข้อที่สามว่า โจทก์ยอมรับและยึดถือข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ และโจทก์ได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ของจำเลยไปแล้วโดยมิได้โต้แย้ง ทักท้วงหรือมีเงื่อนไขใด ๆ อีก การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การจ่ายเงินดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการจ่ายค่าชดเชย เท่ากับว่าโจทก์ได้รับค่าชดเชยถึงสองครั้ง ทำให้รัฐต้องจัดหางบประมาณจ่ายซ้ำให้โจทก์ จึงไม่ชอบด้วยเหตุผล

ศาลฎีกาเห็นว่าเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของจำเลย มีหลักเกณฑ์การคำนวณและการจ่ายแตกต่างจากค่าชดเชย จึงเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชยการที่จำเลยจ่ายเงินสงเคราะห์แก่โจทก์จะถือเป็นการจ่ายค่าชดเชยไม่ได้ ที่ข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้ถือว่าการจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นการจ่ายค่าชดเชยนั้น ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ฉะนั้น ข้อกำหนดดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จึงหาเป็นการพิพากษาให้โจทก์ได้รับเงินค่าชดเชยซ้ำซ้อนดังจำเลยอุทธรณ์ไม่...จำเลยอุทธรณ์ข้อที่สี่ว่า โจทก์มิได้ลาหยุดพักผ่อนประจำปีทั้ง ๆ ที่โจทก์มีสิทธิจะลา จึงถือว่าโจทก์สละสิทธิลาหยุดดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีศาลฎีกาเห็นว่า

การหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะหยุดหรือไม่หยุดก็ได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยผู้เป็นนายจ้างได้กำหนดล่วงหน้าให้โจทก์ใช้สิทธิลาหยุดประจำปีในช่วงใด และโจทก์ก็มิได้ลาหยุด ทั้งโจทก์ถูกเลิกจ้างโดยมิได้มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้าง 12 วันตามฟ้อง...จำเลยอุทธรณ์ข้อสุดท้ายว่า ค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นหนี้เงิน จำเลยต้องผิดนัดเสียก่อนจึงจะต้องรับผิดเสียดอกเบี้ย แต่โจทก์มิได้ทวงถามเงินดังกล่าวจากจำเลย จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยตามฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 45 บัญญัติให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างเช่นกัน ดังนั้นการที่จำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยแก่โจทก์ในวันที่เลิกจ้าง จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นมา จึงต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ตัน เวทไว · เคียง บุญเพิ่ม · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Supreme Court Judgment No. 8951/2561

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันมีความผูกพันในอันจะต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระ และโจทก์ได้เข้าชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์จึงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยรวมถึงเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกห…

Supreme Court Judgment No. 3083/2559

ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่ง…

Supreme Court Judgment No. 1304/2559

โจทก์ผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดเป็นผู้จ่ายเงินค่าซื้อที่ดินอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แก่ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 50 (5) และภาษีที่คำนวณห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up