Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2411/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ถ้อยคำที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่า "อีหัวล้าน" เป็นเพียงคำไม่สุภาพ ไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า ถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง การที่จำเลยระบุในคำสั่งเลิกจ้างว่า โจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างร้ายแรงและกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเหตุที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็นเหตุเลิกจ้างด้วย จำเลยจึงยกเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ การที่โจทก์กล่าวเพียงคำว่า "อีหัวล้าน" เท่านั้น มิได้กล่าววาจาหรือแสดงกริยาอื่นใดอีก เพียงถ้อยคำซึ่งกล่าวด้วยอารมณ์ผิดหวังและไม่พอใจจากการที่จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

Provisions the court ruled on

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 47 ป.พ.พ. Section 583 ป.อ. Section 393 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุ เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายค่าจ้างให้โจทก์นับแต่วันที่เลิกจ้างจนถึงวันที่รับโจทก์กลับเข้าทำงานหากไม่ปฏิบัติตามที่ขอ ให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน เป็นเงิน 4,624 บาท ค่าชดเชย เป็นเงิน27,744 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 110,976 บาทจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้กล่าววาจาไม่สุภาพด่านางวันทนีย์ เยาวพงศ์ศิริ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและนายจ้างของโจทก์ว่า "อีหัวล้าน" เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 และเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 และประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(1) (2) (3) จึงไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 27,744 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า การที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้าน เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าอันเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างหรือไม่ เห็นว่า ถ้อยคำที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้าน เป็นเพียงคำที่ไม่สุภาพ ไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นนางวันทนีย์ซึ่งหน้า โจทก์จึงมิได้กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นจำเลยอุทธรณ์ประการที่สองว่า

การที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้านเป็นการจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(2) นั้น เห็นว่า ตามคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เอกสารหมาย ล.3จำเลยระบุในคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ว่า โจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ อย่างร้ายแรงและกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างทั้งสองประการดังกล่าวเป็นเหตุเลิกจ้างไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็นเหตุเลิกจ้างด้วย ดังนี้ เมื่อจำเลยถูกฟ้องก็ชอบที่จะยกเหตุตามที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เป็นข้อต่อสู้ จะยกเหตุอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้

จำเลยจึงยกเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยจำเลยอุทธรณ์ประการสุดท้ายว่า การที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีที่ร้ายแรงนั้นเห็นว่า แม้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.5 ข้อ 71 จะกำหนดห้ามมิให้ลูกจ้างโต้เถียงหรือพูดจาประชดประชันหรือแสดงกริยาวาจาไม่สุภาพ หรือแสดงกิริยาดูหมิ่นเหยียดหยามลูกค้า ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มาติดต่อหรือพนักงานด้วยกันเองก็ตาม แต่ตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวก็มิได้กำหนดว่าการฝ่าฝืนเป็นกรณีที่ร้ายแรงประการใด และเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุดังกล่าวก็จะเห็นได้ว่าโจทก์และลูกจ้างอื่นประมาณ 40 คน

ประสงค์จะได้รับค่าจ้างอันเป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานของผู้มีอาชีพรับจ้างตามกำหนดเวลาเพื่อจะได้นำไปใช้จ่ายเลี้ยงดูชีวิตของลูกจ้างและครอบครัวเมื่อจำเลยไม่จ่ายให้ตามกำหนดเวลาซึ่งถือได้ว่าเป็นการผิดสัญญาและไม่ชอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 29 ย่อมทำให้โจทก์และลูกจ้างดังกล่าวผิดหวังเกิดความรู้สึกไม่พอใจจำเลย และมายืนออกันอยู่ที่หน้าโรงงาน ในขณะที่ยืนออกันอยู่นั้นเมื่อเห็นนางวันทนีย์ขับรถผ่านมา โจทก์ได้กล่าวถ้อยคำไม่สุภาพต่อนางวันทนีย์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความไม่พอใจต่อจำเลยอันมีผลสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ ทั้งโจทก์ก็กล่าวเพียงคำว่าอีหัวล้านเท่านั้น

มิได้กล่าววาจาหรือแสดงกริยาอย่างอื่นใดประกอบอีกเพียงถ้อยคำซึ่งกล่าวด้วยอารมณ์ผิดหวังดังเช่นกรณีของโจทก์จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · สวรรค์ ศักดารักษ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 295/2541

โจทก์ทำงานกับจำเลยในหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล การที่โจทก์เห็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารของผู้จัดการทั่วไป โจทก์จึงมีหนังสือถึงประธานกรรมการจำเลยซึ่งมีข้อความว่า "…

Supreme Court Judgment No. 3507/2541

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนมิได้ เป็นไปโดยรอบคอบเป็นเหตุให้จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจาก การเป็นลูกจ้างของจำเลย การเลิกจ้างที่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ก่อน เป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่…

Supreme Court Judgment No. 1244/2541

ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 4.7 กำหนดเรื่องการขาดงาน ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร จะถูกพิจารณาโทษทางวินัย คือ ขาดงานครั้งแรกไม่จ่ายค่าจ้างในวันขาดงานและออกหนังสือเตือนคร…

Supreme Court Judgment No. 698/2541

ขณะเกิดเหตุ โรงแรมจำเลยกำลังมีงานจัดเลี้ยงภายในบริเวณโรงแรม โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยดื่มสุรามึนเมาภายในบริเวณโรงแรมเมื่อพ้นเวลาปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วสามชั่วโมง แต่โจทก์ยังอยู่ในชุดทำงานและมิได้ตอกบัตรล…

Supreme Court Judgment No. 3149/2540

จำเลยประกอบธุรกิจการธนาคารซึ่งเป็นธุรกิจที่จะต้องเป็นที่เชื่อถือของประชาชนทั่วไป การที่โจทก์สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาโอนเงินจำเลยไปยังบัญชีต่าง ๆ ทั้งในสาขาเดียวกับและต่างสาขาย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าขณะที…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up