Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2421/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้มือล้วงเข้าไปในช่องลมแผงลอยของผู้เสียหายที่ปิดแล้วปลดเอาพวงผงชูรส ซึ่งแขวนไว้ที่ตะปูใต้ช่องลม ขณะกำลังจะนำผ่านช่องลมออกไป น. อยู่ในแผงลอยใช้มีดฟันถูกนิ้วมือของจำเลยทำให้จำเลยต้องปล่อยพวงผงชูรส การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของจำเลยถือว่าสำเร็จแล้ว.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 45, 46,334, 335 กับห้ามจำเลยเข้าเขตกำหนดและให้จำเลยทำทัณฑ์บนโดยมีประกันด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2529 เวลาระหว่าง 19 นาฬิกาเศษถึง 20 นาฬิกา จำเลยนี้ได้ไปที่แผงลอยของผู้เสียหายซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณตลาดสุขาภิบาลนาแก คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้ลักเอาพวงผงชูรสในแผงลอยของผู้เสียหายดังที่โจทก์นำสืบหรือว่าจำเลยไปตบฝาแผงลอยของผู้เสียหายเพื่อแกล้งให้นางสาวนงเยาว์ตกใจกลัวดังข้ออ้างของจำเลย

โจทก์มีผู้เสียหายและนางสาวนงเยาว์ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียหายและช่วยผู้เสียหายขายสินค้าในแผงลอยที่เกิดเหตุเบิกความว่า สินค้าในแผงลอยของผู้เสียหายถูกคนร้ายลักเอาไปหลายครั้ง จึงวางแผนสืบหาตัวคนร้าย โดยในคืนเกิดเหตุผู้เสียหายปิดแผงลอยแล้วกลับไปบ้านตามปกติโดยให้นางสาวนงเยาว์ซุ่มอยู่ในแผงลอย นางสาวนงเยาว์เบิกความต่อไปว่าครั้นเวลาประมาณ 20 นาฬิกา พยานเห็นมือคนลอดช่องลมเข้ามาในแผงลอยปลดเอาผงชูรสที่แขวนไว้กับตะปูช่องลมและกำลังจะผ่านช่องลมออกไป พยานจึงใช้มีดฟันถูกนิ้วมือคนร้ายแล้ววิ่งออกมาดูเห็นจำเลยยืนอยู่บนแคร่ซึ่งตั้งอยู่ใต้ช่องลมตรงที่พยานเห็นมือคนร้ายดังกล่าว จำเลยวิ่งหนีไปที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว พยานวิ่งตามไปต่อว่าจำเลย

เห็นจำเลยมีบาดแผลที่นิ้วกลางมือขวา จำเลยอ้างว่าล้อพยานเล่น และนอกจากคำของนางสาวนงเยาว์ประจักษ์พยานโจทก์ดังกล่าวแล้ว โจทก์ยังมีพยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีคือนายปัญญาบุตรหาญ เบิกความว่า ขณะพยานนั่งพักที่หน้าบ้านซึ่งอยู่เยื้องกับแผงลอยของผู้เสียหาย ได้ยินเสียงของนางสาวนงเยาว์ร้องออกมาจากแผงลอยดังกล่าว จึงหันไปดูเห็นจำเลยกระโดดลงจากแคร่วิ่งไปที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวแล้วเห็นนางสาวนงเยาว์ตามไปต่อว่าจำเลยที่ร้านดังกล่าว กับมีนายดาบตำรวจพีระศักดิ์ กองแก้ว ผู้จับกุมจำเลยเบิกความว่า ขณะแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบจำเลยให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าจำเลยล้วงไปเอาผงชูรสในแผงลอยของผู้เสียหายเพื่อล้อนางสาวนงเยาว์เล่น ทั้งนายแพทย์ศิระ

เที่ยงเกตุ ก็เบิกความว่าจำเลยมีบาดแผลที่เกิดจากของมีคมบริเวณหลังนิ้วกลางมือขวา ซึ่งรับกับคำเบิกความของนางสาวนงเยาว์ที่ว่า ขณะเกิดเหตุได้ใช้มีดฟันถูกนิ้วมือคนร้าย พยานโจทก์ทั้งหมดล้วนรู้จักจำเลยดีและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะแกล้งปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษ ทั้งข้อความที่พยานเหล่านั้นรู้เห็นมาก็สอดคล้องต้องกัน จึงเชื่อว่าพยานโจทก์ดังกล่าวได้เบิกความไปตามความสัตย์จริง พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงที่จำเลยนำสืบว่า คืนเกิดเหตุจำเลยเพียงแต่ไปตบฝาแผงลอยผู้เสียหายเพื่อหลอกนางสาวนงเยาว์ให้ตกใจกลัวนั้น ร้อยตำรวจตรีสามารถพนักงานสอบสวนเบิกความว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่าได้ขึ้นไปยืนบนแคร่แล้วใช้มือเอื้อมเข้าไปในช่องลมและตบกระดาษที่แขวนอยู่ในแผงลอยของผู้เสียหายตามเอกสารหมาย

จ.6 จำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างเอกสารดังกล่าวว่าทำขึ้นโดยไม่ชอบแต่อย่างใดส่วนที่จำเลยนำสืบว่าบาดแผลที่บริเวณหลังนิ้วกลางมือขวาจำเลยได้รับมาตั้งแต่มีอายุได้ 15 ปี ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวจำเลยไปโรงพยาบาล จำเลยไม่มีบาดแผลดังที่แพทย์เบิกความนั้น เห็นว่าฝ่ายโจทก์นอกจากจะมีผู้เสียหาย นางสาวนงเยาว์ นายดาบตำรวจพีระศักดิ์และร้อยตำรวจตรีสามารถเบิกความยืนยันว่า จำเลยมีบาดแผลที่หลังนิ้วกลางมือขวาแล้ว นายแพทย์ศิระผู้รับตัวจำเลยมาตรวจยังเบิกความรับรองว่าจำเลยมีบาดแผลเกิดจากของมีคมที่บริเวณหลังนิ้วกลางมือขวา โดยได้ทำรายงานการตรวจไว้ตามเอกสารหมายจ.4 ด้วย พยานหลักฐานของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้มือล้วงเข้าไปในช่องลมแผงลอยของผู้เสียหายแล้วปลดเอาพวงผงชูรสของผู้เสียหายซึ่งแขวนไว้ที่ตะปูใต้ช่องลมนั้น แม้จำเลยจะนำผงชูรสดังกล่าวออกไปไม่ได้ เนื่องจากถูกนางสาวนงเยาว์ขัดขวางใช้มีดฟันถูกนิ้วมือจำเลย เป็นเหตุให้จำเลยต้องปล่อยผงชูรสนั้นไปก็ตาม การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของจำเลยถือว่าสำเร็จแล้วดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 17323/2555

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันพยายามลักรถจักรยานยนต์ก็ตาม แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยพยายามลักแฮนด์รถจักรยานยนต์ ก็ไม่ถือว่าข้อแตกต่างนั้นเป็นข้อสาระสำคัญ เพราะแฮนด์รถจักรยานยนต์ถือเป็…

Supreme Court Judgment No. 11654/2554

จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายและฐานพยายามลักทรัพย์ จำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายเพียงอย่างเดียว จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 289 (7) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษ…

Supreme Court Judgment No. 5725/2554

จำเลยที่ 1 เพียงแต่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์เพื่อจะใช้กุญแจผีไขรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยยังไม่ได้เอารถออกไป เป็นการลงมือลักทรัพย์แล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะเจ้าพนักงานตำรวจและผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเห…

Supreme Court Judgment No. 9559/2552

การที่จำเลยเอายาและเครื่องเวชภัณฑ์ใส่ไว้ในถุงพลาสติก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการไปเอาจากห้องคลังยาโดยตรงหรือในช่วงที่จำเลยเอาไปวางบนชั้นด้านหลังเคาน์เตอร์เภสัชกร ย่อมถือได้ว่าจำเลยเคลื่อนย้ายทรัพย์จากที่ตั้งต…

Supreme Court Judgment No. 1082/2549

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันของผู้เสียหายเข้ามาจอดที่บริเวณบ้านของจำเลยที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขายน้ำมันที่จำเลยที่ 1 จะดูดออกจากถังน้ำมันของรถยนต์บรรทุกให้แก่จำเลยที่ 2 ขณะที่จำเลยที่ 1 ใช้คี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up