Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2436/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยว่าจ้างให้ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์จากตลาดไปส่งยังหมู่บ้าน มีนางสาวด. นั่งกลาง จำเลยนั่งซ้อนท้ายสุด รถแล่นมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตร จำเลยบอกให้ผู้เสียหายเลี้ยวกลับไปส่งที่เดิมขณะกำลังเลี้ยวรถกลับ จำเลยกระโดดลงจากรถบอกให้หยุดรถ และมีเสียงชายที่ขับรถจักรยานยนต์ตามหลังมาและเป็นพวกจำเลยบอกให้ยิงผู้เสียหายเหลียวไปดูเห็นจำเลยจ้องปืนมาทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงรีบขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าตรงไป ทำให้นางสาวด. ที่นั่งอยู่ด้วยตกลงจากรถ ขณะนั้นผู้เสียหายได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดทางด้านหลัง แต่ไม่ถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายหันไปดูเห็นจำเลยและนางสาวด. ขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งชายผู้นั้นขับไปทางเดิม ดังนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านางสาวด. ร่วมกระทำการด้วยอย่างไรจำเลยยิงปืนไปทางใด และห่างจากผู้เสียหายเท่าใด จำเลยยิงปืนเพียง1 นัด เมื่อไม่ถูกแล้วก็ไม่ได้ติดตามยิงผู้เสียหายอีก ยังไม่พอฟังว่าจำเลยยิงปืนโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าตามฟ้อง แต่การที่จำเลยซึ่งโดยสารรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายมายังไม่ถึงจุดหมายบอกให้ผู้เสียหายเลี้ยวรถกลับไปส่งที่เดิม เมื่อผู้เสียหายเลี้ยวรถจำเลยกลับกระโดดลงจากรถแล้วบอกให้ผู้เสียหายหยุดรถ และเมื่อพวกจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาบอกให้ยิง จำเลยก็จ้องปืนมาทางผู้เสียหายครั้นผู้เสียหายไม่หยุดรถและขับรถหลบหนีไป จำเลยก็ยิงปืนขึ้นกรณีไม่ปรากฏเหตุผลอย่างไรที่จำเลยจะต้องให้ผู้เสียหายหยุดรถจนถึงขนาดต้องใช้อาวุธปืนในการบังคับขู่เข็ญเช่นนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายกระทำการโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายของผู้เสียหายอันเป็นความผิดต่อเสรีภาพโดยมีอาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสองแต่เมื่อผู้เสียหายไม่หยุดรถตามที่จำเลยข่มขืนใจ จำเลยจึงมีความผิดเพียงขั้นพยายาม ดังนี้ แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลก็ลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสุดท้าย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คน ซึ่งมีอาวุธปืนติดตัวร่วมกันปล้นรถจักรยานยนต์ราคา 9,000 บาท ของนายสมพร บุญทองผู้เสียหาย โดยจำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัดแต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายและผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้ หลังจากจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดแล้วได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนีเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเจ้าพนักงานยึดได้รถจักรยานยนต์ที่จำเลยกับพวกใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนีเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83,289, 340, 340 ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2514ข้อ 14, 15 คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี,80 จำคุก 12 ปี ของกลางคืนเจ้าของ ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่, 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 80 และมาตรา 289(7) ประกอบด้วยมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 289(7) ประกอบด้วยมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง ได้มีคนร้าย 3 คน ใช้ปืนเป็นอาวุธร่วมกันยิงไปทางผู้เสียหาย โดยจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ด้วย

ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความว่า เมื่อผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์พาจำเลยและนางสาวแดงไปส่งยังจุดหมายเมื่อไปได้ประมาณ 10 กิโลเมตร จำเลยซึ่งนั่งซ้อนท้ายสุดบอกให้ผู้เสียหายเลี้ยวกลับไปส่งที่เดิม ขณะเลี้ยวรถกลับ เห็นชายคนหนึ่งขับขี่จักรยานยนต์ตามหลังมา ห่างประมาณ 3 วา ขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะเลี้ยวรถนั้น จำเลยกระโดดลงจากรถบอกให้หยุดรถ และได้ยินเสียงชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาบอกให้ยิง ผู้เสียหายเหลียวไปดูเห็นจำเลยจ้องปืนมาทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงรีบขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าตรงไป ทำให้นางสาวแดงที่นั่งอยู่ด้วยตกลงจากรถ และขณะที่ผู้เสียหายขับรถหลบหนีตรงไปนั้น

ผู้เสียหายได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ทางด้านหลัง แต่ไม่ถูก หันไปดูเห็นจำเลยและนางสาวแดงขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งชายอีกคนหนึ่งขับขี่ตามมานั้นกลับไปทางเดิม ดังนี้ การที่จำเลยบอกให้ผู้เสียหายเลี้ยวรถกลับทางเดิมและบอกให้หยุดรถนั้น ยังไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยประสงค์ต่อทรัพย์อย่างใดของผู้เสียหาย ทั้งข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่า นางสาวแดงร่วมกระทำการด้วยอย่างไร ผู้เสียหายว่าเมื่อเห็นจำเลยจ้องปืนมาก็รีบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปข้างหน้าจนนางสาวแดงที่นั่งซ้อนอยู่ตกลงจากรถ แสดงว่าผู้เสียหายขับรถไปอย่างเร็ว ขณะที่ขับรถหลบหนีไปผู้เสียหายได้ยินเสียงปืนทางด้านหลังเห็นได้ว่าเมื่อจำเลยยิงปืนนั้นผู้เสียหายไม่เห็นว่าจำเลยยิงปืนไปทางใด ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏชัดแจ้งว่า

ขณะที่จำเลยยิงปืนนั้นนางสาวแดงอยู่ในวิถีกระสุนทางเดียวกับผู้เสียหายหรือไม่และขณะที่ยิงปืนนั้นจำเลยกับผู้เสียหายอยู่ห่างกันเพียงใด จำเลยยิงปืนเพียง 1 นัด เมื่อไม่ถูกแล้วก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ติดตามไปยิงผู้เสียหายอีก พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยยิงปืนโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าตามฟ้อง แต่การที่จำเลยซึ่งโดยสารรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายมายังไม่ถึงจุดหมายบอกให้ผู้เสียหายเลี้ยวรถกลับไปส่งที่เดิม เมื่อผู้เสียหายเลี้ยวรถจำเลยกลับกระโดดลงจากรถแล้วบอกให้ผู้เสียหายหยุดรถ และเมื่อพวกจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาบอกให้ยิง จำเลยก็จ้องปืนมาทางผู้เสียหายครั้นผู้เสียหายไม่หยุดรถและขับรถหลบหนีไปจำเลยก็ยิงปืนขึ้นดังกล่าวนั้น

ไม่ปรากฏเหตุผลอย่างไรที่จำเลยจะต้องให้ผู้เสียหายหยุดรถจนถึงขนาดต้องใช้อาวุธปืนในการบังคับขู่เข็ญเช่นนั้นการกระทำของจำเลยเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายกระทำการโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายของผู้เสียหายอันเป็นความผิดต่อเสรีภาพ โดยมีอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสองแต่เมื่อผู้เสียหายไม่หยุดรถตามที่จำเลยข่มขืนใจ จำเลยจึงมีความผิดเพียงขั้นพยายาม ดังนี้ แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลก็ลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสุดท้ายพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80 จำคุก 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

Matter details

Panel of judges
วินัย กันนะ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2753/2539

จำเลยกับพวกขึ้นไปบนรถโดยสารประจำทางบังคับขู่เข็ญให้ผู้เสียหายถอด เสื้อฝึกงานและ แหวนรุ่นทำด้วยเงินซึ่งมีราคาเล็กน้อยจำเลยกับพวกกระทำไปเป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ด้วยความคะนองเพื่อให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นนัก…

Supreme Court Judgment No. 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

Supreme Court Judgment No. 3398/2565

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 แต่ได้ความจากทางพิจารณาว่า เป็นความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา 390 แม้จะเป็นการแตกต่…

Supreme Court Judgment No. 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

Supreme Court Judgment No. 20504/2556

ข้อเท็จจริงในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่ากระทำผิดด้วยเจตนาโดยประสงค์ต่อผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจากการถูกฟันด้วยมีดแตกต่างไปจาก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up