Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2463/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกามีเพียง 10,750 บาท และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องสอดฎีกาว่า ส.ค.1 ของบิดาผู้ร้องสอดเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้ก่อนเอกสารใบจองของโจทก์ จึงยืนยันความแน่นอนได้ว่าบิดาผู้ร้องสอดอยู่อาศัยในที่พิพาทก่อนโจทก์ โจทก์มีเพียงพยานบุคคล ส่วนสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยโจทก์ก็ทำขึ้นเองและมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสาระสำคัญ ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าที่พิพาท พยานหลักฐานผู้ร้องสอดเชื่อได้ว่า ที่พิพาทเป็นของบิดาผู้ร้องสอดนั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ผู้ร้องสอดฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 64 ตำบลศาลาลำดวน (ตำบลบ้านแก้ง)อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 52 ไร่ เมื่อวันที่ 14พฤษภาคม 2530 จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวบางส่วนจากโจทก์เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่เศษ มีกำหนด 1 ปี คิดค่าเช่ากันปีละ 600 บาทเมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ชำระค่าเช่า และไม่ส่งมอบที่ดินคืน โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าและออกไปจากที่ดินของโจทก์แต่จำเลยเพิกเฉยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนางสาวสุภี บุตดีงาม

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสอดเป็นบุตรสาวของนายทองดี บุตดีงามหรือบุตร์ดีงาม ระหว่างที่นายทองดีมีชีวิตอยู่มีที่ดิน 1 แปลง ตามหนังสือแบบแจ้งการครอบครอง(ส.ค.1) เลขที่ 163 หมู่ที่ 1 ตำบลศาลาลำดวน (ตำบลบ้านแก้ง)อำเภอสระแก้ว (กิ่งอำเภอสระแก้ว) จังหวัดปราจีนบุรีเนื้อที่ 25 ไร่ หลังจากนายทองดีถึงแก่ความตายแล้ว ที่ดินเป็นมรดกตกทอดแก่ผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตลอดมา ที่ดินที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเป็นที่ดินของผู้ร้องสอดซึ่งนายทองดีบิดาผู้ร้องสอดได้ให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่บิดาผู้ร้องสอดยังมีชีวิตคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ราคาประมาณ 5,000 บาท ขอให้ห้ามโจทก์มิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวโจทก์ให้การแก้คำร้องสอดว่า

ผู้ร้องสอดไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายทองดี บุตดีงามหรือบุตร์ดีงาม จึงไม่มีอำนาจร้องสอดที่ดินดังกล่าวเป็นของโจทก์ให้จำเลยเช่ามาตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม2530 มิใช่อยู่ในที่ดินตามหนังสือแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1)ของบิดาผู้ร้องสอด และคดีของผู้ร้องสอดขาดอายุความ 1 ปีจำเลยยื่นคำให้การแก้ร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดเป็นพี่สาวของภรรยาจำเลยและเป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวสืบต่อจากนายทองดีบุตดีงามหรือบุตร์ดีงาม หลังจากนายทองดีตายแล้ว ผู้ร้องสอดและทายาททุกคนให้จำเลยและภรรยาอาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทตามที่ปรากฎในแผนที่พิพาทกลาง และให้จำเลยชำระเงิน 600 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และห้ามมิให้ผู้ร้องสอดครอบครองบริเวณที่พิพาทอีกต่อไปจำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องสอดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงเว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งหรือผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นก็ดีศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้ หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้

ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้ ต้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาเป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์" คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีเพียง 10,750บาท และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ผู้ร้องสอดฎีกาว่า ส.ค.1 ของบิดาผู้ร้องสอดเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้ก่อนเอกสารใบจองของโจทก์จึงยืนยันความแน่นอนได้ว่าบิดาผู้ร้องสอดอยู่อาศัยในที่พิพาทก่อนโจทก์ โจทก์มีเพียงพยานบุคคล ส่วนสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.3ก็ทำขึ้นเองและมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในสาระสำคัญไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าที่พิพาท พยานหลักฐานผู้ร้องสอดเชื่อได้ว่าที่พิพาทเป็นของบิดาผู้ร้องสอดนั้น เป็นฎีกาที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ผู้ร้องสอดฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของผู้ร้องสอดมาจึงไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษาให้ยกฎีกาของผู้ร้องสอด

Matter details

Panel of judges
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up