คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้เพิกถอนอำนาจปกครองเด็กชายต่อเผ่า แก้วพนม และเด็กชายตามพันธ์ แก้วพนม บุตรทั้งสองของจำเลย โดยให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสอง หลังจากที่จำเลยยื่นคำให้การและศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2541
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำฟ้องโจทก์มานั้นผิดหลงไปจึงไม่ชอบ จึงมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้องโจทก์ ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความโจทก์อุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า
โจทก์อุทธรณ์ว่าเมื่อโจทก์และจำเลยจดทะเบียนการหย่าที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้บันทึกในทะเบียนการหย่าให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยแล้ว เมื่อจำเลยละเลยไม่ทำหน้าที่ปกครองดูแลบุตรทั้งสองตามหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองแล้วย่อมถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดสมุทรปราการ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวได้นั้น เห็นว่า บันทึกในทางทะเบียนการหย่าตามฟ้องทำที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ทำหน้าที่ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสองจึงถือว่าเป็นกรณีที่อ้างว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาหรือข้อตกลงในการจดทะเบียนหย่านั้นแม้จำเลยและบุตรทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอชุมแสงจังหวัดนครสวรรค์
ก็ตาม ก็ถือว่าสถานที่ที่ได้มีการจดทะเบียนการหย่าเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นในท้องที่ที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงในทะเบียนการหย่าไว้นั้นจึงถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการที่ได้บันทึกในทะเบียนการหย่าไว้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1)
Result
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์แล้วให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อจากกระบวนพิจารณาที่ได้ทำไว้ก่อนวันมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความนั้น