Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2479/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 4 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานขับรถยนต์ของโจทก์ไว้ต่อโจทก์ว่า ในระหว่างที่จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานของโจทก์ หากปฏิบัติงานด้วยความประมาทหรือเจตนาทุจริต หรือทุจริตต่อหน้าที่ ยักยอก ฉ้อโกงอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 4 ยินยอมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ การที่ผู้จัดการโจทก์ได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์พาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์ทำหน้าที่เคลียริ่งไปแลกเงินที่กระทรวงการคลัง เมื่อขับรถไประหว่างทางจำเลยที่ 2 ได้แวะไปถ่ายอุจจาระเสีย แล้วยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์และไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ขับรถยนต์นั้นไปตามลำพังเป็นเหตุให้ไปชนรถผู้อื่นที่จอดอยู่ข้างทางโดยประมาทและทำให้โจทก์เสียหาย ย่อมถือว่าจำเลยที่ 2 ขาดความระมัดระวังตามวิสัยของปกติชน จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์โดยตรง จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นพนักงานเคลียริ่งและพนักงานขับรถยนต์ของโจทก์ตามลำดับ จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันในการเข้าเป็นพนักงานธนาคารโจทก์ สาขาบางเขน ของจำเลยที่ 1และที่ 2 ตามลำดับ โดยจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ทำสัญญาไว้ต่อธนาคารโจทก์มีสารสำคัญอย่างเดียวกันว่า ในระหว่างที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นพนักงานธนาคารโจทก์ หากได้ปฏิบัติงานด้วยความประมาทหรือเจตนาทุจริตหรือทุจริตต่อหน้าที่ ยักยอก ฉ้อโกง อันเป็นเหตุให้ธนาคารโจทก์ได้รับความเสียหายไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ก็ตาม จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยินยอมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ภายในวงเงิน 70,000 บาท และ 20,000 บาทตามลำดับ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2514 ผู้จัดการธนาคารโจทก์

สาขาบางเขนได้มอบให้จำเลยที่ 1 ไปแลกเหรียญบาทและธนบัตรย่อยที่กระทรวงการคลัง โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถยนต์ไทรอัมพ์ของโจทก์หมายเลขทะเบียน ก.ท.- ฐ 7087 ในระหว่างเดินทาง จำเลยที่ 2 ได้กระทำโดยประมาทละเลยต่อหน้าที่ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์ของธนาคารโจทก์ และไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้มีใบอนุญาตขับรถยนต์ ขับขี่รถยนต์ของโจทก์คันดังกล่าวไป ภายหลังที่จำเลยที่ 1แลกเงินเสร็จแล้ว ระหว่างเดินทางกลับ จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ของโจทก์ด้วยความประมาท ปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของผู้ขับรถ เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์และรถยนต์ของนายอำไพทัศนีย์เวช เสียหาย โจทก์ในฐานะนายจ้างต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ทั้งสองคันแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปทั้งหมดเป็นเงิน 35,347 บาทตามเอกสารท้ายฟ้อง แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 3,336 บาท 82 สตางค์

ยังเหลือเงินที่จะค้างชำระอีก 32,000บาท 18 สตางค์ โจทก์มีหนังสือทวงถาม จำเลยทั้งสี่ให้ชดใช้แก่โจทก์แล้ว จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสี่รับผิดใช้เงิน 32,010 บาท 18 สตางค์ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า วันเกิดเหตุเมื่อแลกธนบัตรและเหรียญบาทแล้วจำเลยที่ 1 จะกลับธนาคารโจทก์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่อยู่ โดยทิ้งรถและกุญแจไว้จำเลยที่ 1 รออยู่ร่วมชั่วโมง เห็นว่าจะเสียหายแก่ธนาคารจึงตัดสินใจขับรถกลับธนาคาร เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์ประจำทางแล่นสวนทางมาด้วยความเร็วสูง และแล่นกินทางเข้ามา จำเลยที่ 1 จึงหักหลบเข้าข้างทางและไปชนท้ายรถของนายอำไพซึ่งจอดอยู่ข้างทาง

ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุ มิใช่เพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายเกินความเป็นจริงจำเลยที่ 2 และที่ 4 ให้การว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์โจทก์ไประหว่างทางจำเลยที่ 2 ปวดท้อง จึงแวะถ่ายอุจจาระที่ห้องส้วมทำเนียบรัฐบาล จำเลยที่ 1 ไม่ยอมรอ กลับขับรถไปเอง และจะขับรถโดยประมาทอย่างไรนั้น จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะมิได้ประมาทเลินเล่อต่อหน้าที่ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของโจทก์ไป เมื่อจำเลยที่ 2มิได้ประมาทในการขับรถยนต์ของโจทก์ จำเลยที่ 4 ก็ไม่ต้องชดใช้เงินโจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน ค่าซ่อมรถสูงเกินความจำเป็นจำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นพนักงานเคลียริ่งของธนาคารโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 ขัยรถนอกเหนือหน้าที่เพื่อประโยชน์ของโจทก์อยู่บ่อย ๆ โจทก์ทราบและไม่ทักท้วง ถือว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติไปตามที่โจทก์ใช้อีกหน้าที่หนึ่ง จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

Result

พิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้เงิน 32,010 บาท 18 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ 300 บาทแทนโจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่ 3 และที่ 4โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ 4 รับผิดร่วมด้วยในวงเงินค้ำประกัน20,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 4 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1และที่ 2 ด้วยภายในวงเงินค้ำประกัน 20,000 บาท และให้ร่วมกับจำเลยที่ 1และที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลที่ค้ำประกันไว้ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกาขอให้ยกฟ้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานทำหน้าที่ขับรถยนต์ของโจทก์ได้รับคำสั่งจากผู้จัดการธนาคารโจทก์ สาขาบางเขน ให้ขับรถยนต์โจทก์พาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานของธนาคารโจทก์ ทำหน้าที่เคลียริ่งไปแลกเงินที่กระทรวงการคลัง เมื่อขับรถไประหว่างทางจำเลยที่ 2 แวะไปถ่ายอุจจาระแล้วยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์และไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์โจทก์ไปตามลำพังเป็นเหตุให้ไปชนท้ายรถยนต์ของนายอำไพ ทัศนีย์เวชที่จอดอยู่ข้างทางโดยประมาท และโจทก์ได้รับความเสียหาย เช่นนี้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ขาดความระมัดระวังตามวิสัยของปกติชน จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์โดยตรง จำเลยที่ 4ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามสัญญาค้ำประกันหมาย จ.3 ข้อที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 200 บาทแทนโจทก์

Matter details

Panel of judges
ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8587/2544

สัญญาค้ำประกันมีข้อความว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้ค้ำประกัน" ขอทำหนังสือค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่บริษัท ส. และบริษัทในกลุ่มบริษัท สก. ทุกบริษัทซึ่งจำเลยที่ 1 ได้รับคำสั่งจากบริษัท ส. ใ…

Supreme Court Judgment No. 8228/2540

โจทก์ได้ว่าจ้างบริษัท ย. ก่อสร้างสาธารณูปโภคในหมู่บ้านโครงการบ้านแมกไม้ โดยได้ชำระเงินค่าแรงล่วงหน้าให้แก่บริษัท ย.ไปแล้วและจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของบริษัท ย. โดยหนังสือค้ำปร…

Supreme Court Judgment No. 3347/2529

ปัญหาว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้จำเลยที่ 1 ทำให้ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 หลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 แม้สัญญาค้ำประกันจะมีข้อความให้ถือว่าจำเลยที่ 3 รู้เห็นยินยอมด้วยใ…

Supreme Court Judgment No. 1721/2529

จำเลยที่3ได้ทำหนังสือรับรองต่อโจทก์ว่าในการที่จำเลยที่1เข้าทำงานในตำแหน่งคนงานกับโจทก์นั้นหากจำเลยที่1ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหายจำเลยที่3จะชดใช้ความเสียหายให้ต่อมาโจทก์ได้ให้จำเลยที่1ไปทำงานตำแหน่ง…

Supreme Court Judgment No. 4308/2565

หนังสือรับรองการชำระหนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 มีข้อความและเจตนาเข้าทำสัญญาอันมีลักษณะเป็นสัญญาค้ำประกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 วรรคหนึ่ง แต่สัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลัง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up