Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2485/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องผู้จัดการมรดกเป็นจำเลย ทายาทร้องสอดเข้ามาขอให้ยกฟ้องโจทก์ เป็นการร้องสอดเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57(1)ซึ่งตามมาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้ร้องสอดมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ฉะนั้น ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิที่จะต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและโจทก์ทั้งสิบสองไม่มีสิทธิร่วมกันฟ้องมาในคดีเดียวกันได้ทั้งสองประเด็น.โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายกลิ้งสุภาเลิศขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งว่า นายกลิ้ง สุภาเลิศ ถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางหน้อยหรือน้อย ไชยาวุฒิหรือสุภาเลิศ พินัยกรรมฉบับลงวันที่ 10 มิถุนายน 2525 เป็นโมฆะ ให้เพิกถอนการโอนรับมรดกของนางหน้อยและนายกลิ้ง กับคืนทรัพย์เหล่านั้นให้โจทก์ตามฟ้องถ้าไม่คืนให้จำเลยจ่ายเงินตามฟ้องจำนวน 85,000 บาทจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การผู้ร้องสอดทั้งห้าขอเข้าเป็นคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) โดยอ้างว่าเป็นผู้รับทรัพย์มรดกของนายกลิ้งตามพินัยกรรม นายกลิ้งไม่ได้ยักย้ายปิดบังมรดกของนางหน้อย ขณะทำพินัยกรรม นายกลิ้งมีสติสัมปชัญญะรู้ผิดชอบดี พินัยกรรมดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่โมฆะ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ได้บรรยายว่าขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรคนละเท่าใด ตามสิทธิของโจทก์แต่ละคน กลับเรียกเอาจำนวน 85,000บาท คลุม ๆ ไป จำเลยปฏิเสธหรือยัง โต้แย้งสิทธิแล้วหรือไม่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องรวมกันเพราะเป็นเรื่องแต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตัวขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดทั้งห้าเข้าเป็นคู่ความในคดีได้โจทก์ทั้งสิบสองให้การแก้คำร้องสอดว่า ข้อเท็จจริงเป็นดังคำฟ้อง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม เป็นการฟ้องว่านายกลิ้งถูกกำจัดและพินัยกรรมปลอมเป็นโมฆะ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมมีส่วนคนละเท่า ๆ กัน ขอให้ยกคำร้องสอดก่อนสืบพยานฝ่ายโจทก์และฝ่ายผู้ร้องสอดแถลงรับกันว่า บัญชีเครือญาติหลังรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2527ถูกต้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและผู้ร้องสอดแบ่งที่ดินมรดกให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 1 ใน 30 ส่วน หรือคิดเป็นเงิน 3,690.83 บาท ให้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 1 ใน 50 ส่วน หรือคิดเป็นเงินคนละ 2,214.50 บาทยกฟ้องโจทก์ที่ 5 ถึงที่ 12ผู้ร้องสอดทั้งห้าอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและผู้ร้องสอดทั้งห้าแบ่งที่ดินมรดกของนางหน้อยหรือน้อย ไชยาวุฒิหรือสุภาเลิศ ตามบัญชีทรัพย์เอกสารหมาย จ.3 ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 โดยขายที่ดินมรดกของนางหน้อยได้เงินเท่าใดให้หักค่าปลงศพ 50,000 บาท

ออกเป็นมรดกของนางกลิ้ง สุภาเลิศ ส่วนที่เหลือแบ่งให้นายกลิ้งกึ่งหนึ่ง อีกกึ่งหนึ่งแบ่งให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 1 ใน 15 ส่วน แบ่งให้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 1 ใน 25 ส่วน นอกจากทีแ่ก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้ร้องสอดทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องสอดทั้งห้าฎีกาเป็นข้อแรกว่าผู้ร้องสอดมีสิทธิให้การต่อสู้คดีโจทก์ได้ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและโจทก์ทั้งสิบสองไม่มีอำนาจฟ้องร่วมกันมาเป็นคดีเดียวกันได้ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดทั้งห้าใน 2 ประเด็นนี้จึงไม่ถูกต้องนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องสอดทั้งห้าร้องสอดเข้ามาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ซึ่งตามมาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้ร้องสอดทั้งห้ามีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ฯลฯ ฉะนั้น ผู้ร้องสอดทั้งห้าจึงมีสิทธิที่จะต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและโจทก์ทั้งสิบสองไม่มีสิทธิร่วมกันฟ้องมาในคดีเดียวกันได้ทั้งสองประเด็น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดทั้งสองประเด็นดังกล่าวจึงไม่ชอบ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ โดยศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยทีเดียว

พิเคราะห์แล้ว ในข้อที่ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น...หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ส่วนปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งสิบสองสามารถร่วมกันฟ้องมาในคดีเดียวกันได้หรือไม่นั้นเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ทุกคนเป็นทายาทในทรัพย์มรดกรายเดียวกันเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีโจทก์ทั้งสิบสองจึงชอบที่จะฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันได้

ผู้ร้องสอดทั้งห้าฎีกาเป็นข้อสุดท้ายว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาเกิดคำขอนั้น เห็นว่าโจทก์ที่ 1ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกส่วนของนางหน้อยทั้งหมด อ้างว่าตนเป็นทายาทโดยธรรมของนางหน้อย นายกลิ้งสามีของนางหน้อยถูกจำกัดมิให้รับมรดกส่วนของนางหน้อย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า นายกลิ้งไม่ได้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกส่วนของนางหน้อย โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4มีสิทธิ์ได้รับทรัพย์มรดกของนางหน้อยแต่เพียงบางส่วน ศาลได้พิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับส่วนแบ่งมรดกของนางหน้อยตามส่วนที่แต่ละคนจะได้รับจึงไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ทั้งนี้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2) ฎีกาผู้ร้องสอดทั้งห้าฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 662/2498

แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมามีฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนก่อนมีการออกโฉนดแล้วก็ดี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนสิทธินั้นและโจทก์ได้รับโอนมาโดยมีค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโอนโฉนดกันเรียบร้อยแล้…

Supreme Court Judgment No. 989/2501

ผู้ที่ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยในคดียกข้อต่อสู้พิพาทต่อโจทก์นั้นย่อมถือได้ว่าได้เข้ามามีฐานะเป็นจำเลยตามที่ตนขอ ต่อมาเมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นบังคับคดี จะมาอ้างข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ไม่ได้ เพราะเป็นการกล่าวอ้าง…

Supreme Court Judgment No. 2628/2562

ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จะต้องเกี่ยวกับฟ้องเดิมของโจทก์ด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม แต่กรณีที่จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามโดยอ้างว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว…

Supreme Court Judgment No. 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2556 (ref. 559064)

ที่ผู้ร้องสอดโต้แย้งโจทก์เกี่ยวกับสัญญายุติข้อพิพาทและสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีมีปัญหาตีความข้อความในสัญญา และตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดก็ไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องนำสืบพยานหลักฐานในข…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up