Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2487/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับพวกซึ่งเป็นคนต่างด้าวอีกคนหนึ่งซื้อที่ดินตาม น.ส.3 แปลงหนึ่งโดยตกลงให้จำเลยมีชื่อถือสิทธิแทน การกระทำดังกล่าวขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 จึงเป็นโมฆะ แต่มาตรา 94 แห่งกฎหมายดังกล่าวให้คนต่างด้าวนั้นจัดการจำหน่ายที่ดินนั้นเสียภาษีภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนดให้ ความเป็นโมฆะดังกล่าวจึงไม่เสียเปล่า ยังมีผลตามกฎหมายอยู่ หากแต่ว่าคนต่างด้าวจะถือสิทธิเอาที่ดินเป็นของตนไม่ได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นโจทก์ย่อมนำสืบได้ว่า จำเลยซึ่งมีชื่อถือสิทธิในที่ดินนั้นถือสิทธิทดแทนตนและบังคับจำเลยให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้แก่ตนได้แต่จะขอให้แสดงกรรมสิทธิ์และให้จำเลยโอนที่พิพาทให้แก่ตนไม่ได้ ฎีกาจำเลยกล่าวแต่เพียงว่ามีความสงสัยในคำวินิจฉัยของศาลล่างมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งในข้อโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลล่างว่าไม่ถูกต้องอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

Provisions the court ruled on

ป.ที่ดิน Section 86 ป.ที่ดิน Section 94 ป.พ.พ. Section 810 ป.วิ.พ. Section 94 ป.วิ.พ. Section 249 ป.ที่ดิน Section 810

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์กับนายเต็กหงบิดาจำเลยเข้าหุ้นกันซื้อที่ดินนายสง่าตาม น.ส.๓ เลขที่ ๓๙๐ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย แปลงหนึ่ง ออกเงินคนละเท่าๆ กัน แต่โจทก์กับนายเต็กหงเป็นคนต่างด้าว จึงตกลงให้จำเลยเป็นผู้ซื้อและถือกรรมสิทธิ์แทน ต่อมาจำเลยได้นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันเงินกู้ของนายเต็กหงต่อธนาคาร โจทก์ทราบจึงคัดค้านและขอให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์กึ่งหนึ่ง แต่จำเลยไม่ยินยอม จึงขอให้แสดงว่าที่พิพาทกึ่งหนึ่ง เป็นของโจทก์ให้จำเลยแบ่งโอนให้โจทก์หากการโอนมีข้อขัดข้องก็ให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่ง

จำเลยให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยมิได้ซื้อที่พิพาทไว้แทนโจทก์ แต่ได้ซื้อในฐานะส่วนตัวและได้ครอบครองโดยเปิดเผยตั้งแต่วันจำนอง (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๘) เป็นต้นมา จนถึงวันฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว หากจะฟังว่าจำเลยเป็นตัวแทนซื้อที่ดินข้อตกลงดังกล่าวก็เป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์และนายเต็กหง พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทกึ่งหนึ่งทางด้านทิศเหนือให้โจทก์ หากมีข้อขัดข้องก็ให้เอาที่ดินออกขายทอดตลาดแบ่งเงินให้โจทก์กึ่งหนึ่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้แสดงว่าที่ดินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์นั้นเสียนอกนั้นยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คนต่างด้าวจะได้ที่ดินมาโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๖ วรรคแรกที่บัญญัติไว้ว่า "คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินก็โดยอาศัยบทสนธิสัญญา ซึ่งบัญญัติให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ และอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ด้วย" แต่ก็มีมาตรา ๙๔ ได้บัญญัติถึงบรรดาที่ดินที่คนต่างด้าวได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต ให้คนต่างด้าวนั้นจัดการจำหน่ายภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนดให้ ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนด ให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นได้ ดังนี้ ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวดังกล่าวแม้จะเป็นโมฆะก็ตาม แต่การเป็นโมฆะของการได้ที่ดินมาเช่นนี้หาทำให้เสียเปล่าไปไม่

ยังคงมีผลตามกฎหมายอยู่ หากแต่ว่าคนต่างด้าวนั้นจะถือสิทธิเอาที่ดินเป็นของตนมิได้ ต้องจำหน่ายไปเสียเท่านั้น และเห็นว่าการนำสืบว่าผู้มีชื่อในโฉนดหรือ น.ส.๓ ลงชื่อไว้แทนคนต่างด้าวนั้นชอบที่จะนำสืบได้ คดีนี้โจทก์ฟ้องและมีคำขอบังคับจำเลยให้ปฏิบัติ ๒ คำขอ คำขอข้อแรกที่ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ ให้จำเลยแบ่งโอนให้โจทก์ ซึ่งคำขอข้อนี้เห็นว่าไม่อาจบังคับให้ไว้ ส่นคำขอข้อหลังที่ขอให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้โจทก์นั้น เห็นว่าเป็นคำขอที่ศาลอาจบังคับให้ได้ ดังเหตุผลที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น โจทก์มีอำนาจฟ้องในคำขอของโจทก์ในข้อหลังนี้ได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริง

จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นเชื่อถือพยานบุคคลของโจทก์ว่ามีน้ำหนักดีกว่าพยานเอกสารของจำเลย จำเลยมีความสงสัย จึงขอฎีกาขึ้นมาเพื่อศาลฎีกาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เห็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งในข้อโต้แย้ง คำวินิจฉัยของศาลล่างในการฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องอย่างไรเพียงอ้างเอาความสงสัยขึ้นมาลอยๆ ดังนี้ เห็นว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณาศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุวรรณพ กองวารี
Lower court
ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายสุรพล เจียมจูไร
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ ศรนิยม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3857/2565

โจทก์ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์พิพาท โดยให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อถือกรรมสิทธิ์แทน แม้โจทก์เป็นคนต่างด้าว แต่ ป.ที่ดิน มิได้ห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยเด็…

Supreme Court Judgment No. 1180/2563

คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5172/2547 ของศาลแขวงสมุทรปราการซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว่าการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกที่ดินพิพาท มีประเด็นเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตา…

Supreme Court Judgment No. 2744/2562

ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 บัญญัติว่า "คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินก็โดยอาศัยบทสนธิสัญญาซึ่งบัญญัติให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ และอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ด้วย ภายใต้บังคับมาตรา 84 คน…

Supreme Court Judgment No. 5449/2560

ตามสัญญาข้อตกลงการซื้อทรัพย์สินเป็นกรณีที่โจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้จำเลยตั้งบริษัทจำกัดที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยถือครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ลักษณะเป็นก…

Supreme Court Judgment No. 2521/2559

การจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกฎหมายกำหนดรูปแบบและหลักฐานในการทำสัญญากันไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ว่า สัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้มีหลักฐานเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up