คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนที่ดินหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นเรื่องทางแพ่ง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ผู้เสียหายยื่นคำขอว่าศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในส่วนแพ่งให้จำเลยคืนที่ดินหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย คดีถึงที่สุดจำเลยทราบคำบังคับโดยชอบแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นสั่งว่าผู้เสียหายมิได้เป็นคู่ความในคดีจะมายื่นคำขอดังกล่าวไม่ได้ให้ยกคำขอผู้เสียหายอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีส่วนแพ่งไม่มีผลผูกพันจำเลย ผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลย พิพากษายืนผู้เสียหายฎีกาว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในส่วนแพ่งที่ให้จำเลยคืนที่ดินหรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหายนั้นถึงที่สุดแล้ว เพราะจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีส่วนแพ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้ชำระราคาที่ดินให้แก่ตัวแทนของผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ในส่วนแพ่งด้วยและการที่ศาลอุทธรณ์
ศาลฎีกาวินิจฉัยต้องกันว่า ข้อที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงินค่าที่ดินที่ยังค้างชำระชอบที่จะไปว่ากล่าวกันในทางแพ่งและพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์นั้นย่อมมีผลให้คำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งของศาลชั้นต้นตกไปด้วย หาได้ถึงที่สุดดังที่ผู้เสียหายฎีกาไม่ ผู้เสียหายจึงยังไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จะขอบังคับคดีแก่จำเลยหาได้ไม่พิพากษายืน