Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2501/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ซึ่งเป็นกฎหมายใช้บังคับขณะพิพาทให้อำนาจอนุญาโตตุลาการที่จะหยิบยกพยานหลักฐานใดขึ้นวินิจฉัยภายในขอบเขตของกฎหมายและสัญญาที่พิพาทกัน ดังนั้น อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยได้ว่าหนี้หรือสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องขาดอายุความหรือไม่ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 22 บัญญัติว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือผู้ชี้ขาดให้เป็นที่สุดและผูกพันคู่กรณี ดังนี้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการย่อมเป็นที่สุด ส่วนการที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่ เป็นไปตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 26 ที่อนุญาตให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการได้ หากคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการเป็นคำวินิจฉัยที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ปัญหาเรื่องอายุความเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่วินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องขาดอายุความแล้วไม่ได้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 193/34 ป.พ.พ. Section 193/12 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 Section 22 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 Section 26

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ผู้ร้องรับเหมาก่อสร้างอาคารสูง 5 ชั้น จำนวน 2 หลัง รวม 164 ห้อง จากผู้คัดค้านในราคา 16,200,000 บาท ผู้ร้องก่อสร้างอาคารและส่งมอบงานงวดที่ 7 และงวดที่ 8 ให้แก่ผู้คัดค้าน แต่ผู้คัดค้านไม่ลงชื่อรับงาน เมื่อผู้ร้องก่อสร้างอาคารครบ 10 งวด ตามที่ตกลงกันผู้คัดค้านจะต้องจ่ายเงินให้ผู้ร้องจำนวน 6,400,000 บาท และผู้คัดค้านได้ชำระหนี้ให้ผู้ร้องแล้วบางส่วน ยังเหลือเงินที่ยังไม่ชำระให้ผู้ร้องอีกจำนวน 5,700,000 บาท ผู้ร้องจึงยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2541 ซึ่งอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องขาดอายุความและให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง

ผู้ร้องเห็นว่าคำชี้ขาดในประเด็นที่ว่าคดีของผู้ร้องขาดอายุความเป็นการวินิจฉัยข้อกฎหมายซึ่งเป็นอำนาจของศาลยุติธรรมเท่านั้น คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงเป็นคำวินิจฉัยที่ผิดพลาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาแก้ไขคำชี้ขาด อนุญาโตตุลาการเห็นว่าไม่อาจแก้ไขคำชี้ขาดได้ ผู้ร้องเห็นว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการผิดพลาด ไม่ชอบด้วยกฎหมายและความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน และสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องไม่ขาดอายุความ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้อนุญาโตตุลาการของกระทรวงยุติธรรมแก้ไขคำชี้ขาดที่ว่าสิทธิเรียกร้องของผู้เสนอพิพาทขาดอายุความเป็นไม่ขาดอายุความ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการชอบด้วยกฎหมายแล้วและการที่ผู้ร้องขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นเรื่องอายุความที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยไว้แล้วเป็นการรื้อร้องฟ้องในประเด็นที่ได้วินิจฉัยไว้แล้วเป็นการร้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า กลางปี 2537 ผู้คัดค้านว่าจ้างผู้ร้องก่อสร้างอาคารสูง 5 ชั้น 2 หลัง รวม 164 ห้อง พร้อมสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ฯลฯ โดยตกลงค่าวัสดุและค่าแรงเป็นเงินทั้งสิ้น 16,200,000 บาท ผู้ร้องก่อสร้างอาคารให้จนแล้วเสร็จและส่งมอบอาคารให้แก่คัดค้าน แต่ผู้คัดค้านติดค้างไม่ชำระค่าก่อสร้างให้แก่ผู้ร้องจำนวน 5,700,000 บาท ผู้ร้องจึงฟ้องให้ผู้คัดค้านชำระเงินที่ค้างต่อศาลชั้นต้น แต่ต่อมาได้ถอนฟ้องไปและเสนอข้อพิพาทต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ขอให้วินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระค่าก่อสร้างที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเมื่อวัที่ 12 เมษายน 2543 ให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง

มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า อนุญาโตตุลาการมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอายุความ และวินิจฉัยชี้ขาดให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้องได้หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลการ พ.ศ.2530 ซึ่งเป็นกฎหมายใช้บังคับขณะพิพาทให้อำนาจอนุญาโตตุลาการที่จะหยิบยกพยานหลักฐานใดขึ้นวินิจฉัยภายในขอบเขตของกฎหมายและสัญญาที่พิพาทกัน ดังนั้น อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยได้ว่าหนี้หรือสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องขาดอายุความหรือไม่ เมื่ออนุญาโตตุลาการเห็นว่าการเรียกค่าจ้างของผู้ร้องเป็นกรณีผู้รับทำการงานเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) มีอายุความ 2 ปี และอายุความนั้นให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามมาตรา 193/12 ผู้ร้องส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้คู่กรณีรับไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2539 ผู้ร้องอาจบังคับสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างได้ตั้งแต่วันที่คู่กรณีได้รับมอบงานดังกล่าว

หาใช่นับตั้งแต่วันครบกำหนดทวงถามให้คู่กรณีชำระหนี้ เพราะมิใช่เป็นกรณีเจ้าหนี้ยังไม่อาจบังคับได้จนกว่าจะทวงถามแต่อย่างใด เมื่อนับจากวันที่ 11 กรกฎาคม 2538 จนถึงกันที่เสนอข้อพิพาทต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2541 จึงพ้น 2 ปี คดีของผู้ร้องที่เรียกค่าก่อสร้างจึงขาดอายุความ และเมื่อสิทธิเรียกร้องในส่วนค่าก่อสร้างขาดอายุความ สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยอันเป็นอุปกรณ์ย่อมขาดอายุความด้วย คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวอยู่ในขอบอำนาจของกฎหมายและมีอำนาจที่จะวินิจฉัยได้ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อมาว่าอายุความสะดุดหยุดลงเพราะกรณีมีการชำระหนี้บางส่วนและมีหนี้ที่ผู้คัดค้านจะต้องชำระหนี้ซึ่งอยู่ในกำหนดอายุความที่สามารถบังคับได้

อย่างน้อยที่สุดผู้ร้องสมควรได้รับชำระหนี้ที่ค้างในงวดที่ 9 และงวดที่ 10 ด้วยนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลการ พ.ศ.2530 มาตรา 22 บัญญัติว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือผู้ชี้ขาดให้เป็นที่สุดและผูกพันคู่กรณี ดังนั้น คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการย่อมเป็นที่สุด ส่วนการที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่ เป็นไปตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 26 ที่อนุญาตให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการได้ หากคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการเป็นคำวินิจฉัยที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

ที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าปัญหาอายุความเป็นปัญหาข้อกฎหมาย อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย คำวินิจฉัยชี้ขาดขัดต่อหลักความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เห็นว่า ปัญหาเรื่องอายุความเป็นปัญหาข้อกฎหมายจริงตามที่ผู้ร้องอุทธรณ์ แต่ปัญหาว่าสิทธิเรียกร้องที่นำมาเรียกร้องให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ขาดอายุความหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่วินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องขาดอายุความแล้วไม่ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าอนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดและคำชี้ขาดถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้อนุญาโตตุลาการแก้ไขคำชี้ขาดได้ และให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย เป็นคำวินิจฉัยที่ชอบด้วยเหตุและผลแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
เอกชัย ชินณพงศ์ · พลรัตน์ ประทุมทาน · รัตน กองแก้ว
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5704/2560

โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าร้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายทองคำแท่งที่จำเลยสั่งซื้อไปจากโจทก์ มีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ประกอ…

Supreme Court Judgment No. 11735/2553

สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุว่า เงินค่าซื้อขายส่วนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อจำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไว้ครบถ้วนแล้ว แสดงว่ามูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ถึงกำหนดชำระต่อเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของ…

Supreme Court Judgment No. 3389/2552

สัญญาให้บริการวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงภายในประเทศระบุว่า "ในกรณีที่ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระหนี้ค่าใช้บริการ...ผู้ใช้บริการยินยอมเสียค่าปรับในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน สำหรับค่าใช้บริการที่ค้างชำระ" อันเป็…

Supreme Court Judgment No. 8606/2552

จำเลยสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้าง และบอกเลิกสัญญากับโจทก์ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2540 เมื่อโจทก์ไม่ได้เรียกร้องเพื่อเข้าดำเนินการก่อสร้างต่อไป จึงถือว่าโจทก์และจำเลยเจตนาเลิกสัญญากัน โดยปริยาย คู่สัญญา…

Supreme Court Judgment No. 616/2551

โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 เบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เกินกว่าเงินฝากในบัญชีโดยอาศัยข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญา ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการในการรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ทดรองไปก่อนคืน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up