Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2512/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ควบคุมตัว ส. ไว้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนระหว่างสอบสวน โจทก์อนุญาตให้จำเลยประกันตัว ส. ไป โดยทำสัญญาประกันไว้กับโจทก์ว่า ถ้าผิดสัญญาจำเลยยอมชดใช้เงินจำนวน200,000 บาท โจทก์กำหนดให้จำเลยส่งตัว ส.4 ครั้ง จำเลยไม่เคยส่งตัว ส. เลย เป็นเวลานานถึง 2 ปีเศษ จำเลยก็ยังไม่สามารถส่งตัว ส. ผู้ต้องหาให้แก่โจทก์ ไม่ปรากฏว่าจำเลยขวนขวายติดตามตัวส.เพื่อนำมาส่งมอบให้แก่โจทก์แต่ประการใดประกอบกับส.ต้องหาว่าฉ้อโกงประชาชนเป็นจำนวนเงินถึง 190,000 บาทเศษ เมื่อไม่ได้ตัว ส.มาดำเนินคดีนอกจากส. จะไม่ต้องได้รับโทษแล้วผู้เสียหายก็ไม่มีโอกาสจะได้รับเงินคืนด้วย พฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุลดค่าปรับ.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ควบคุมตัวนายสมิง สุขสถาน ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนไว้เพื่อทำการสอบสวน ต่อมา จำเลยได้ทำสัญญาประกันตัวนายสมิง สุขสถาน ไปจากการควบคุมของโจทก์และสัญญาว่าจะส่งตัวนายสมิงให้โจทก์ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526เวลา 8 นาฬิกา ถ้าผิดสัญญาจำเลยยอมใช้เงิน 200,000 บาท แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์ได้อนุญาตและปล่อยตัวนายสมิงไปชั่วคราวถึงวันนัดจำเลยไม่ส่งตัวนายสมิงให้แก่โจทก์ โจทก์ผ่อนผันเลื่อนกำหนดให้หลายครั้งจนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2528 จำเลยก็ไม่ส่งตัวนายสมิงให้แก่โจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงิน 200,000 บาท แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์แจ้งให้จำเลยนำเงินมาชำระภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2528จำเลยทราบแล้วไม่ชำระค่าปรับ

ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่พนักงานสอบสวนผู้รับสัญญา และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับมอบอำนาจจากพนักงานสอบสวนผู้รับสัญญาโจทก์แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเวลาให้ส่งตัวผู้ต้องหาและจำนวนเงิน ในสัญญาโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาปลอม จำเลยไม่เคยผิดสัญญาต่อโจทก์ สิทธิฟ้องเรียกค่าปรับตามสัญญาประกันระงับไปแล้ว เพราะเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2526จเลยได้ยื่นคำร้องขอประกันและทำสัญญาประกันตัวนายสมิงอีกฉบับหนึ่งแทนฉบับที่นำมาฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระเบี้ยปรับและดอกเบี้ยด้วย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าปรับ 100,000 บาท

พร้อมดอกเบี้นในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินค่าปรับ 100,000 บาทนับตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้จำเลยได้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ2,000 บาทโจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยชดใช้เงิน 200,000 บาท ตามฟ้องพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แก่โจทก์ นาอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว สำหรับปัญหาข้อแรก

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาในสัญญาประกันเอกสารหมาย จ.1และไม่ใช่ผู้ทำการสอบสวนหรือร่วมสอบสวนหรือสั่งคดี จึงไม่น่าจะถือว่ามีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนหรือหัวหน้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเห็นว่า โจทก์จำเลยแถลงรับกันตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 20 มีนาคม 2529 ว่า จำเลยได้ทำสัญญาประกันตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.4 จริง และจำเลยไม่สามารถส่งตัวนายสมิง สุขสถานให้แก่พนักงานสอบสวนตามที่นัดไว้ได้ นอกจากนี้ตัวจำเลยซึ่งอ้างตนเองเป็นพยานยังเบิกความรับอีกว่า ขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ พันตำรวจโทธานีสมบูรณ์ทรัพย์ ผู้ที่ดำเนินคดีฟ้องร้องจำเลยในนามของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง

โจทก์เป็นสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานในสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงทั้งหมด ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาประกันต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงแล้วผิดสัญญาจริงดังฟ้องพันตำรวจโทธานีสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลพระโขนงผู้ซึ่งดำเนินคดีฟ้องร้องจำเลยในนามของพนักงานสอบสวนเป็นพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าซึ่งต้องรับผิดชอบในการดำเนินการสอบสวนในเขตสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้ายเมื่อสัญญาประกันเอกสารหมาย จ.1 และ จ.4 ระบุว่าทำสัญญาประกันให้ไว้แก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดังกล่าว โดยพันตำรวจโทธานีสารวัตรใหญ่จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย...ที่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า

สมควรลดค่าปรับให้นั้น ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์อนุญาตให้ปล่อยตัวนายสมิงผู้ต้องหาเป็นการชั่วคราวตามสัญญาประกันรายพิพาทตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2526 พนักงานสอบสวนกำหนดให้จำเลยส่งตัวนายสมิง 4 ครั้ง จำเลยไม่เคยส่งตัวนายสมิงเลยจนถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน 2528 เป็นเวลานานถึง 2 ปีเศษจำเลยก็ยังไม่สามารถส่งตัวนายสมิงผู้ต้องหาให้แก่โจทก์ได้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยขวนขวายติดตามตัวนายสมิงเพื่อนำมาส่งมอบให้แก่โจทก์แต่ประการใดประกอบกับนายสมิงต้องหาว่าฉ้อโกงประชาชนเป็นจำนวนเงินถึง 190,000 บาทเศษ เมื่อไม่ได้ตัวนายสมิงมาดำเนินคดีนาอกจากนายสมิงจะไม่ต้องได้รับโทษแล้วผู้เสียหายก็ไม่มีโอกาสจะได้รับเงินคืนด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลดค่าปรับให้จึงเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

Supreme Court Judgment No. 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

Supreme Court Judgment No. 4290/2566

สัญญาเช่ารถยนต์ ข้อ 9.2 กำหนดว่า "ในกรณีที่ผู้เช่าต้องการเลิกสัญญาก่อนกำหนด โดยมิใช่เป็นความผิดของผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ผู้เช่า…

Supreme Court Judgment No. 3661/2566

จำเลยที่ 1 ขอสินเชื่อจากโจทก์โดยตกลงชำระดอกเบี้ยโดยใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นกรุงเทพ (BIBOR) (3 เดือน) บวกร้อยละ 3 ต่อปี และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลอนดอน (LIBOR) บวกร้อยละ 3 ต่…

Supreme Court Judgment No. 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up