Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2513/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้โจทก์เพื่อชำระราคาเรือตามสัญญาจะซื้อขายโดยโจทก์ส่งมอบเรือที่จะซื้อขายให้จำเลยไปก่อนและจำเลยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้าให้โจทก์ไว้เป็นการชำระราคาเรือ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คโจทก์ไปยึดเรือกลับคืนมาโดยพลการไม่ใช้สิทธิตามสัญญา จำเลยก็มิได้เรียกร้องเอาเรือคืน เท่ากับสองฝ่ายเจตนาเลิกสัญญาจะซื้อขายเรือกันโดยปริยายไม่มีหนี้ผูกพันตามเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเรียกเป็นราคาเรือตามสัญญาจะซื้อขายกันต่อไปอีกข้อที่โจทก์อ้างว่าต้องเสียหายมากจากการที่จำเลยครอบครองใช้เรืออยู่เป็นเวลานานโดยไม่ชำระราคาเรือเป็นเรื่องนอกฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้าชำระราคาที่ตกลงจะซื้อจากโจทก์จำนวน 5 ฉบับ สั่งจ่ายเงินฉบับละ 20,000 บาท จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คดังกล่าวทุกฉบับ ครั้นเช็คถึงกำหนดเวลาใช้เงินโจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คจำนวน 100,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินตามเช็คแต่ละฉบับนับแต่วันที่สั่งจ่ายคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 5,000 บาท กับให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันจากต้นเงิน 105,000 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยที่ 2 ตกลงซื้อเรือจับปลาจากโจทก์ราคา 530,000 บาท มอบเช็คซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังให้โจทก์ไว้ 29 ฉบับ เช็ค 10 ฉบับแรกสั่งจ่ายฉบับละ 15,000 บาท นอกนั้นฉบับละ 20,000 บาท เรือที่ตกลงซื้อขายระวางบรรทุกเกินกว่า 40 ตัน โจทก์มอบเรือให้จำเลยที่ 2 ทันที แต่มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาซื้อขายจึงเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามเช็ค โจทก์ได้ยึดเรือคืนไปตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2519 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องใช้เงินให้โจทก์ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจะซื้อจะขายเรือสมบูรณ์

จำเลยต้องรับผิดตามเช็ค พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาเลิกกันแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาว่าสัญญาจะซื้อขายเรือยังไม่เลิก จำเลยก็มิได้ต่อสู้ว่าสัญญาเลิกกันแล้ว จำเลยต้องรับผิดตามเช็คศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อเรือจากโจทก์ 1 ลำ แบ่งชำระราคาเป็นงวด ตกลงกันว่าเมื่อชำระราคาครบจะโอนทะเบียนเรือให้ โดยจำเลยที่ 1 ลงวันที่ล่วงหน้าตามกำหนดเวลาที่ต้องชำระราคาให้โจทก์ไว้ 29 ฉบับ และจำเลยที่ 2 ลงชื่อสลักหลังเช็คทุกฉบับ รวมทั้งเช็ค 5 ฉบับตามฟ้องด้วย

โจทก์ส่งมอบเรือที่ตกลงซื้อขายให้จำเลยรับไปตั้งแต่วันทำสัญญาเช็คบางฉบับที่จำเลยออกเพื่อชำระราคาโจทก์ได้รับเงินไปแล้ว ต่อมามีเช็คหลายฉบับที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินซึ่งข้อตกลงในสัญญาว่าหากโจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็คแม้ฉบับใด จำเลยที่ 2ยอมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์อีกโสดหนึ่งเป็นจำนวนเงินสามเท่าของจำนวนเงินที่สั่งจ่ายตามเช็คแต่ละฉบับ ปรากฏว่าเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คของจำเลย โจทก์กระทำด้วยวิธียึดเรือคืนไปจากจำเลยตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2519 โจทก์นำเช็คตามฟ้องฉบับหนึ่งไปรับเงินจากธนาคารก่อนยึดเรือมา ส่วนอีก 4 ฉบับ โจทก์ขอรับเงินจากธนาคารภายหลังมายึดเรือคืนแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวทุกฉบับ

โจทก์ฟ้องคดีนี้เรียกราคาเรือที่ค้างชำระตามเช็คดังกล่าว จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ยึดเรือกลับคืนไป จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องใช้เงินให้โจทก์ ปัญหาที่ว่าโจทก์จะเรียกเงินตามเช็คเป็นราคาเรือได้หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับข้อวินิจฉัยที่ว่าสัญญาจะซื้อขายเรือระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ยังมีผลบังคับอยู่หรือสัญญานี้เลิกกันแล้ว พฤติการณ์ที่โจทก์ส่งมอบเรือซึ่งตกลงจะซื้อขายให้จำเลยไปก่อน ต่อมาไปยึดเรือกลับคืนโดยพลการไม่ใช้สิทธิตามสัญญา แสดงเจตนาของโจทก์ว่าไม่ต้องการจะบังคับตามสัญญาต่อไป ส่วนจำเลยก็ปฏิเสธว่าไม่มีหน้าที่ชำระราคาเรือให้โจทก์ตามสัญญา และมิได้ฟ้องเรียกเอาเรือคืน เท่ากับทั้งสองฝ่ายเจตนาเลิกสัญญาจะซื้อขายกันโดยปริยาย จึงไม่มีหนี้ผูกพันตามเช็คที่โจทก์มาฟ้องเรียกเป็นราคาเรือตามสัญญาจะซื้อขายกันต่อไปอีก ตามที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ต้องเสียหายมากจากการที่จำเลยครอบครองใช้เรืออยู่เวลานาน โดยไม่ชำระราคาเรือให้นั้นเป็นเรื่องนอกฟ้องพิพากษายืน หากโจทก์เสียหายไม่ตัดสิทธิโจทก์ในการที่จะฟ้องเรียกร้องต่อไปภายในอายุความ

Matter details

Panel of judges
สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9373/2550

ตามสัญญาให้เช่าสถานีบริการ คู่สัญญาตกลงกันว่า ในกรณีผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด อันเป็นเหตุให้ ปตท. ได้รับความเสียหาย ปตท. จะมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา หากผู้เช่าเ…

Supreme Court Judgment No. 1724/2538

ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายกำหนดว่าโจทก์วางมัดจำไว้เป็นเงิน 500,000 บาท แต่ในวันทำสัญญานั้นมีการวางมัดจำเพียง 150,000 บาท แต่ในวันทำสัญญานั้นมีการวางมัดจำเพียง 150,000 บาท ไม่ครบตามสัญญาเนื่องจากเช็คที่โจ…

Supreme Court Judgment No. 1324/2538

ใน หนังสือ สัญญาจะซื้อขาย กำหนด ว่า โจทก์ วาง มัดจำ ไว้ เป็น เงิน 500,000 บาท แต่ ใน วัน ทำ สัญญา นั้น มี การ วาง มัดจำ เพียง 150,000 บาท แต่ ใน วัน ทำ สัญญา นั้น มี การ วาง มัดจำ เพียง 150,000 บาท ไม…

Supreme Court Judgment No. 1938/2563

บันทึกการส่งมอบรถยนต์มีข้อความว่า ข้าพเจ้าประสงค์ขอเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยการส่งมอบรถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อคืนแก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 9 ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะรับผิดชอบที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดในส…

Supreme Court Judgment No. 8440/2558

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในคดีนี้กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ จ. กับพวกตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นเป็นทรัพย์รายเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องให้ จ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up